คำศัพท์การตลาดออนไลน์ยากแค่ไหน D.Assemble ก็จัดแปลให้หมด อัพเดทเสมอ ทั้งคำศัพท์และความรู้ หากอยากรู้เพิ่มเติมคำไหนบอกเรามาได้ทุกช่องทาง

“อย่าให้ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคต่อการทำการตลาดออนไลน์ เพราะคำศัพท์การตลาดออนไลน์รวบรวมไว้ที่นี้แล้ว”

# A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

#

301 Redirect (301 รีไดเร็ค) – วิธีเปลี่ยนเส้นทางของผู้เข้าชมเว็บไซต์จากเว็บเพจหนึ่งสู่อีกเว็บเพจหนึ่งแบบถาวร (ตัวอย่าง: หากคุณเป็นเจ้าของ websideA.com และ websiteB.com แต่ต้องการใช้งานเพียงแค่เว็บไซต์เดียว คุณสามารถใช้ 301 รีไดเร็คในการเคลื่อนย้ายผู้เข้าชมทั้งหมดจาก websiteB.com ไปยัง websiteA.com ได้)

302 Redirect (302 รีไดเร็ค) – วิธีเปลี่ยนเส้นทางของผู้เข้าชมเว็บไซต์จากเว็บเพจหนึ่งสู่อีกเว็บเพจหนึ่งแบบชั่วคราว หากต้องการทำแบบถาวรจะใช้วิธี 301 รีไดเร็คแทน

404 Error (404 เออเรอร์) – ข้อความแสดงความผิดพลาดที่ปรากฏขึ้นเมื่อผู้เข้าชมพยายามเข้าสู่เว็บเพจที่ไม่มีอยู่จริง

A

Ad Extensions (แอด เอกซ์เทนชั่น) – ข้อมูลเพิ่มเติมในโฆษณากูเกิลแอดเวิร์ด ได้แก่ รีวิว ที่อยู่ ราคา คำอธิบายภาพ การดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ไซต์ลิงก์ และปุ่มโทรออก แอดเอกซ์เทนชั่นช่วยให้ผู้โฆษณาสร้างโฆษณาที่ดูน่าดึงดูดและมีรายละเอียดต่างๆมากขึ้นในพื้นที่โฆษณาซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มอัตราคลิก-ธรูได้อีกด้วย

Ad Manager Account (แอด เมเนเจอร์ แอคเคาท์) – บัญชีสำหรับการโฆษณาในเฟซบุ๊กที่ทำให้โฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของเฟซบุ๊ก แอด เน็ตเวิร์ค

Ad Network (แอด เน็ตเวิร์ค) – กลุ่มของเว็บไซต์หรือช่องทางต่างๆ (เช่น แอปพลิเคชัน) ที่โฆษณาสามารถปรากฏขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น กูเกิลมี 2 แอด เน็ตเวิร์ค คือ เสิร์ช เน็ตเวิร์ค (โฆษณาแบบข้อความที่ปรากฏในผลการค้นหา) และ ดิสเพลย์ เน็ตเวิร์ค (โฆษณาแบบรูปภาพที่ปรากฏในหลายล้านเว็บไซต์ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของกูเกิล)

Adwords/Google Adwords (แอดเวิร์ด/กูเกิล แอดเวิร์ด) – โปรแกรมของกูเกิลที่ผู้โฆษณาใช้ลงโฆษณาในหน้าผลการค้นหาของกูเกิล ยูทูป และกูเกิลแอดเน็ตเวิร์ค แอดเวิร์ดคือโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการโฆษณาแบบ PPC

Alt Text/Alternative Text (อัลเทอร์เนทีฟ เท็กซ์) – คุณสมบัติของโค้ด HTML ช่วยให้ผู้เข้าชมที่มีความผิดปกติทางสายตาสามารถรับรู้ข้อมูลของรูปภาพได้ ทุกรูปภาพในทุกเว็บไซต์ควรมีอัลเทอร์เนทีฟเท็กซ์ซึ่งบรรยายลักษณะของรูปภาพนั้นๆ

Analytics/Google Analytics (แอนะลิติกส์/กูเกิล แอนะลิติกส์, ตัวย่อ GA) – ระบบของกูเกิลที่ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เก็บข้อมูลและสถิติเกี่ยวกับผู้เข้าชมว่ามาจากที่ไหนและมีพฤติกรรมอย่างไรในขณะที่ใช้งานเว็บไซต์

Anchor Text (แองเคอร์ เท็กซ์) – คำที่สามารถคลิกได้ในไฮเปอร์ลิงก์ กูเกิลใช้แองเคอร์ เท็กซ์เป็นหนึ่งในข้อมูลสำหรับการคำนวณลำดับแบบ SEO เพราะแองเคอร์เท็กซ์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ปลายทางได้ ตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์หลายๆเว็บไซต์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์เดียวโดยใช้แองเคอร์เท็กซ์ว่า “free stock photos” กูเกิลจะใช้ข้อมูลนี้คาดการณ์ว่าเว็บไซต์ปลายทางคือเว็บไซต์สำหรับเก็บรูปภาพแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย ในทางทฤษฎี แองเคอร์เท็กซ์ช่วยให้เว็บไซต์เก็บรูปภาพต่างๆปรากฏขึ้นในกูเกิลเมื่อใช้คำที่เกี่ยวกับการเก็บรูปภาพในการค้นหา

Adsense/Google Adsense (แอดเซนส์/กูเกิล แอดเซนส์) – ระบบของกูเกิลที่ช่วยให้เว็บไซต์มีรายได้จากการลงโฆษณาของกูเกิลเน็ตเวิร์คในเว็บไซต์

Algorithm (อัลกอริทึม) – กระบวนการหรือกฎที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการคำนวณข้อมูล อัลกอริทึมในบริบทของดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งหมายถึงกระบวนการหรือกฎเกณฑ์ที่กูเกิลใช้จัดลำดับเว็บไซต์ในผลการค้นหา SEO เรียกอัลกอริทึมของกูเกิลด้วยชื่อต่างๆ เช่น Penguin (วิเคราะห์ลักษณะของลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์) และ Panda (ประเมินลักษณะของข้อมูลในเว็บไซต์) อัลกอริทึมหลักที่ใช้ในการจัดลำดับ SEO เรียกว่า “The core algorithm” (เดอะ คอร์ อัลกอริทึม)

Algorithm Update (อัลกอริทึม อัปเดต) – การเปลี่ยนแปลงของกูเกิลอัลกอริทึมซึ่งมักจะส่งผลต่อลำดับของเว็บไซต์ กูเกิลเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมหลายร้อยครั้งในแต่ละปี

Alexa/Amazon Alexa (แอมะซอน อเล็กซา) – เครื่องมือให้ความช่วยเหลือกับผู้ใช้ทางบ้านของแอมะซอน สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ เช่น เปิดเพลง ตอบคำถาม พยากรณ์อากาศ ฯลฯ SEO เริ่มให้ความสนใจการค้นหาด้วยเสียงเพราะมีผู้คนใช้เครื่องมือแบบอเล็กซาแทนการค้นหาจากคอมพิวเตอร์มากขึ้น

Automation (ออโตเมชั่น) – การใช้คอมพิวเตอร์ทำงานซ้ำๆแทนมนุษย์ ออโตเมชั่นสามารถส่งอีเมลไปยังผู้คนตามเงื่อนไขต่างๆ (เช่น ลูกค้าใหม่ ผู้ที่อ่านหรือไม่ได้อ่านอีเมลฉบับล่าสุด ฯลฯ) นักการตลาดใช้ออโตเมชั่นในการส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์เพื่อโน้มน้าวให้กลับมาใช้งานอีกครั้ง

Average Position (เอฟเวอเรจ โพซิชั่น) – ตัวชี้วัดของกูเกิลแอดเวิร์ด ช่วยให้ผู้โฆษณารู้ว่าโฆษณาของตนเองปรากฏขึ้นที่ส่วนไหนในผลการค้นหาของกูเกิลมากที่สุด ตามปกติแล้วด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหาจะมีโฆษณาอยู่ 4 ช่อง (ช่องแรกคือ first ad ช่องที่สองคือ second ad ฯลฯ) ดังนั้นเอฟเวอเรจโพซิชั่นของโฆษณาควรอยู่ระหว่าง 1-4 โฆษณาที่มีเอฟเวอเรจโพซิชั่นมากกว่า 5 จะปรากฏขึ้นที่ด่านล่างของหน้าผลการค้นหา

B

Backlink (แบ็คลิงก์) – การที่เว็บไซต์หนึ่งไฮเปอร์ลิงก์ไปยังอีกเว็บไซต์หนึ่งโดยใช้โค้ด html href แบ็คลิงก์เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดลำดับแบบออร์แกนิคของกูเกิล website A จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นหากมีแบ็คลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงหรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ (website B C D) และ website A จะได้รับความน่าเชื่อถือจาก website B, C, D ผ่านแบ็คลิงก์นั้นๆซึ่งมักจะทำให้ลำดับสูงขึ้นและมีโอกาสเพิ่มการเข้าชมแบบรีเฟอรอลมากขึ้น

Banner Ad (แบนเนอร์ แอด) – ชนิดของรูปภาพแบบดิจิทัลที่นิยมใช้ตามเว็บไซต์ต่างๆ เครือข่ายโฆษณาแบบรูปภาพที่เป็นที่นิยมและมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นของกูเกิล ซึ่งมีขนาดของโฆษณาชนิดต่างๆ ดังนี้
– 250 x 250 – Square (สแควร์)
– 200 x 200 – Small Square (สมอล สแควร์)
– 468 x 60 – Banner (แบนเนอร์)
– 728 x 90 – Leaderboard (ลีดเดอร์บอร์ด)
– 300 x 250 – Inline Rectangle (อินไลน์ เรคแทงเกิล)
– 336 x 280 – Large Rectangle (ลาร์จ เรคแทงเกิล)
– 120 x 600 – Skyscraper (สกายสแครปเปอร์)
– 160 x 600 – Wide Skyscraper (ไวด์ สกายสแครปเปอร์)
– 300 x 600 – Half-Page Ad (ฮาฟ เพจ แอด)
– 970 x 90 – Large Leaderboard (ลาร์จ ลีดเดอร์บอร์ด)

Bing (บิง) – เว็บผู้ให้บริการการค้นหาเว็บไซต์ วิดีโอ รูปภาพ และแผนที่ บิงเป็นของไมโครซอฟท์และเป็นผู้ให้บริการ Yahoo! ยอดการค้นหากว่า 20% ของเสิร์ชเอนจินทั้งหมดเป็นของบิง

Bing Ads (บิง แอด) – ระบบการโฆษณาแบบ PPC ในบิงและยาฮู ผู้โฆษณาสามารถสร้างโฆษณาและทำให้โฆษณานั้นๆปรากฏขึ้นแก่ผู้เข้าชมที่ใช้คีย์เวิร์ดที่ผู้โฆษณาประมูลไว้ได้ นอกจากนั้นระบบนี้ยังสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าชมจากสถานที่ พฤติกรรมของกลุ่มคน และอุปกรณ์ที่ใช้ได้อีกด้วย

Black Hat (แบล็ค แฮท) – คำสแลงใช้เรียกนักการตลาดหรือ SEO ที่ทำผิดกฎเกณฑ์ของระบบเสิร์ชเอนจินเพื่อสร้างลำดับปลอมให้กับเว็บไซต์ต่างๆ โดยใช้กลยุทธ์ เช่น การคัดลอกเนื้อหา การสร้างสแปมลิงก์ และการใช้ SEO ในทางที่ผิด

Blog (บล็อก) – ย่อมากจาก “web log” (เว็บ ล็อก) บล็อกคือเว็บเพจหรือเว็บไซต์ที่มีการอัปเดตเนื้อหาใหม่เป็นประจำ เป็นส่วนสำคัญของเว็บไซต์สำหรับดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเพราะสามารถนำเสนอข้อมูลใหม่ๆเพื่อดึงดูดผู้เข้าชมใหม่ ทำให้ผู้เข้าชมเก่ากลับมาอีก และเป็นข้อมูลในการจัดลำดับให้กับกูเกิล

Bot (บอท) – โปรแกรมที่เข้าเว็บไซต์ต่างๆโดยอัตโนมัติ บางครั้งใช้ชื่อว่า “crawler” (ครอวเลอร์) หรือ “spider” (สไปเดอร์) ระบบการค้นหาต่างๆ เช่น กูเกิล ใช้บอทเพื่อจัดลำดับและทำดัชนีเว็บไซต์ บอทที่เป็นสแปมจะเข้าเว็บไซต์ต่างๆด้วยจุดประสงค์ที่ไม่ดีและบอทชนิดนี้จะปรากฏเป็นสแปมในกูเกิลแอนะลิติกส์

Bounce Rate (เบาซ์ เรท) – เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่เข้าและออกจากเว็บไซต์ทันทีโดยไม่คลิกหรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆในเพจนั้น ตัวอย่างเช่น มีคน 100 คนเข้าเว็บไซต์และ 50 คนออกไปทันที เบาซ์เรทของเว็บไซต์นี้จะเท่ากับ 50% โดยปกติแล้วแต่ละเว็บไซต์จะพยายามทำให้เบาซ์เรทต่ำที่สุด ซึ่งค่าเฉลี่ยมักจะอยู่ระหว่าง 40-60%

Bread Crumbs (เบรด ครัมบ์) – ลิงก์ด้านบนของเว็บเพจหรือผลการค้นหาที่ช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ลิงก์ชนิดนี้มักจะอยู่ใกล้กับชื่อเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น Home > Services > Specific Service เบรด ครัมบ์สามารถปรากฏขึ้นในผลการค้นหาผ่านสคีมามาร์คอัพบางชนิดและช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเว็บเพจที่เกี่ยวข้องจากรายชื่อที่แสดงได้

Business Manager (บิสซิเนส เมเนเจอร์) – ระบบของเฟซบุ๊กที่นักการตลาดใช้เพื่อจัดการเพจและบัญชีโฆษณาต่างๆทั้งหมดในที่เดียวกัน

C

Campaign (แคมเปญ) – ชุดข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่มีใจความเดียวกัน ในบริบทของดิจิทัลมาเก็ตติ้ง แคมเปญสามารถทำงานผ่านระบบค้นหาและเครือข่ายโฆษณา (เช่น กูเกิล บิง) โซเชียลมีเดีย อีเมล์ และช่องทางออนไลน์อื่นๆ แคมเปญมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าโปรเจคหรือกลยุทธ์ทางดิจิทัลมาเก็ตติ้งแบบครอบคลุม

Canonical/rel=canonical (แคนอนิเคิล) – โค้ดที่ใส่เพิ่มใน html ด้านบนของเว็บเพจเพื่อแสดงให้กูเกิลรู้ว่าข้อมูลเป็นตัวต้นฉบับหรือถูกคัดลอกมาจากที่อื่น ข้อมูลต้นฉบับควรต้องใช้แคนอนิเคิลของตัวเองและข้อมูลที่ถูกคัดลอกมาจากที่อื่นจะต้องใช้แคนอนิเคิลของ URL ที่เป็นต้นฉบับ แคนอนิเคิลยังช่วยแก้ปัญหาการคัดลอกข้อมูลซ้ำซ้อนในเว็บไซต์ได้อีกด้วย

Click-Through-Rate (คลิ๊ก ธรู เรท) – ตัวชี้วัดว่าผู้เข้าชมคลิ๊กโฆษณาหรือผลการค้นหาที่แสดงให้เห็นมากแค่ไหน คำนวณได้โดยใช้จำนวนครั้งการคลิ๊กหารด้วยจำนวนอิมเพรสชั่น (จำนวนครั้งที่คนเห็นโฆษณาหรือผลการค้นหา) อัตราส่วนนี้แสดงให้เห็นว่าข้อความที่ปรากฏขึ้นตรงกับสิ่งที่ผู้เข้าชมค้นหาหรือไม่ แค่ไหน ค่าคลิ๊กธรูเรทสูงแสดงให้เห็นถึงการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้เข้าชมและคอนเวอชั่นที่ดี

Code (โค้ด) – ภาษาที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ ภาษาที่เป็นที่นิยมที่สุดในการออกแบบเว็บไซต์ได้แก่ HTML CSS JS และ PHP

Contact Form (คอนแทค ฟอร์ม) – ส่วนที่ผู้เข้าชมใช้กรอกข้อมูลเพื่อติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ ใช้เพื่อเก็บรวบรวมชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์ของลูกค้า คอนแทคฟอร์มกลายเป็นวิธีการติดต่อธุรกิจที่ผู้คนนิยมใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

Content (คอนเทนท์) – สื่อออนไลน์ใดๆก็ตามที่ผู้คนสามารถอ่าน ดู หรือมีปฎิสัมพันธ์ด้วยได้ โดยปกติคำว่าคอนเทนท์จะหมายถึงข้อความที่เขียนขึ้น แต่สามารถหมายถึงรูปภาพและวิดีโอได้เช่นกัน

Conversion (คอนเวอชั่น) – การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มักจะใช้เพื่อติดตามว่าผู้เข้าชมจำนวนเท่าไหร่ถูก “converted” (เปลี่ยน) เป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการจริง แต่จำนวนการขายก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดเสมอไป เป้าหมายทั่วไปอื่นๆ ได้แก่ การเข้าเป็นสมาชิกเพื่อรับจดหมายแจ้งข่าวและข้อมูลที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์

Conversion Rate (คอนเวอชั่น เรท) – อัตราของผู้เข้าชมที่ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คำนวณได้โดยใช้จำนวนเป้าหมายที่สำเร็จหารด้วยจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด ตัวอย่างเช่น มีคน 100 คนเข้าเว็บไซต์และมี 10 คนทำตามเป้าหมาย (เช่น กรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ) คอนเวอชั่น เรทจะเท่ากับ 10%

CPA/Cost Per Acquisition (คอส เพอ แอควิซิชั่น) – ตัวชี้วัดของระบบโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแสดงว่าต้องใช้จำนวนเงินมากเท่าไหร่ในการหาลูกค้าใหม่แต่ละคน คำนวณได้โดยใช้จำนวนเงินที่เสียไปทั้งหมดหารด้วยจำนวนคอนเวอชั่นในช่วงเวลาหนึ่งๆ ตัวอย่างเช่น บัญชี PPC จ่ายเงิน 1,000 ดอลล่าร์และได้รับ 10 คอนเวอชั่นในเวลา 1 เดือน คอสเพอแอควิซิชั่นจะเท่ากับ 100 ดอลล่าร์

Cookie (คุกกี้) – ข้อมูลขนาดเล็กที่ถูกส่งจากเว็บไซต์และถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้ คุกกี้ช่วยให้เครื่องจดจำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ของในรถเข็น เพจที่เคยเข้าชมแล้ว หรือข้อมูลที่ใช้กรอกในแบบฟอร์ม

CPC/Cost Per Click (คอส เพอ คลิ๊ก) – จำนวนเงินที่เสียไปต่อการคลิ๊กโฆษณาหนึ่งครั้งของแคมเปญ PPC ในแอดเวิร์ด คีย์เวิร์ดแต่ละคำจะมีต้นทุนการคลิ๊กโดยประมาณ ซึ่งตัวเลขจะเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามการประมูลของผู้โฆษณา ค่าเฉลี่ยของคอสเพอคลิ๊กเริ่มตั้งแต่น้อยกว่า 1 ดอลล่าร์ (สำหรับคำที่ไม่เป็นที่นิยม) ไปจนถึง 100 ดอลล่าร์ (สำหรับคำที่เป็นที่นิยมในด้านกฎหมาย ประกัน และการซ่อมแซมประปาโดยส่วนใหญ่)

CPM (ซีพีเอ็ม) – ย่อมาจาก Cost Per Thousand (คอส เพอ เธาเซิน) โดยตัวอักษร M คือ 1,000 ในระบบเลขโรมัน ซีพีเอ็มคือจำนวนเงินที่ผู้โฆษณาต้องจ่ายสำหรับ 1,000 อิมเพรสชั่น ตัวอย่างเช่น หากผู้แสดงโฆษณาเก็บค่าซีพีเอ็ม 10 ดอลล่าร์และโฆษณาปรากฏขึ้น 2,000 ครั้ง คุณจะต้องจ่ายเงิน 20 ดอลล่าร์สำหรับแคมเปญนี้ (2000/1000 อิมเพรสชั่น x 10 ดอลล่าร์) ซีพีเอ็มมักจะใช้วัดความสำเร็จในการโฆษณาของแคมเปญที่ต้องการสร้างความตื่นตัวให้แก่ผู้คน ซึ่งอิมเพรสชั่นจะมีความสำคัญมากกว่าคอนเวอชั่นหรือคลิ๊กในแคมเปญชนิดนี้

Crawler (ครอลเลอร์) – โปรแกรมที่สแกนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติเพื่อระบุว่าเว็บไซต์มีเนื้อหาและจุดประสงค์ใด โปรแกรมนี้ทำงานโดยการ “crawls” (คลาน) ผ่านโค้ด บางครั้งจึงถูกเรียกว่า “spiders” (แมงมุม) กูเกิลใช้ครอลเลอร์ค้นหาเนื้อหาใหม่ๆและประเมินคุณภาพของเว็บเพจเพื่อทำดัชนี เจ้าของเว็บไซต์สามารถเรียกร้องให้กูเกิลเพิ่มการสแกนผ่าน Google Search Console (กูเกิล เสิร์ช คอนโซล) ได้

CRO/Conversion Rate Optimization (คอนเวอชั่น เรท ออปติไมเซชั่น) – สาขาของดิจิทัลมาเก็ตติ้งที่มุ่งเน้นการพัฒนาคอนเวอชั่นเรทของเว็บเพจต่างๆเพื่อเพิ่มผลกำไร คอนเวอชั่นเรทออปติไมเซชั่นผสมผสานจิตวิทยากับการตลาดและการออกแบบเว็บไซต์เพื่อชี้นำพฤติกรรมของผู้เข้าชม โดยใช้วิธี “A/B split testing” (เอบี สปลิท เทสติ้ง) เพื่อทดสอบว่าเพจรูปแบบไหน (version A หรือ version B) ประสบความสำเร็จมากกว่า

CSS (ซีเอสเอส) – ย่อมาจาก “Cascading Style Sheets” (แคซเคตดิ้ง สไตล์ ชีท) ซีซีเอสคือโค้ดที่บอก HTML ของเว็บไซต์ว่าควรจะปรากฏขึ้นแบบไหนในหน้าจอ ซึ่งช่วยให้เว็บดีไซเนอร์ประหยัดเวลาในการเขียนโค้ด HTML เพราะสามารถเขียนได้เป็นส่วนๆ ไม่ต้องเขียนทีละบรรทัด

CTA/Call to Action (คอล ทู แอคชั่น) – ส่วนหนึ่งในเว็บเพจที่นำให้ผู้เข้าชมทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำให้เกิดคอนเวอร์ชั่น คอลทูแอคชั่นอาจเป็นปุ่มที่คลิ๊กได้ รูปภาพ หรือข้อความทั่วๆไป และมักจะเป็นวลีคำสั่ง เช่น “call today” (โทรวันนี้) หรือ “buy now” (ซื้อตอนนี้)

CTR/Click Through Rate (คลิ๊ก ธรู เรท) – อัตราส่วนระหว่างจำนวนครั้งที่มีคนคลิ๊กโฆษณาและจำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏขึ้น คำนวณได้โดยใช้จำนวนคลิ๊กหารด้วยจำนวนอิมเพรสชั่น ตัวอย่างเช่น มีคน 100 คนเห็นโฆษณาและ 10 คนคลิ๊กโฆษณา คลิ๊กธรูเรทของโฆษณานี้จะเท่ากับ 10% (10 คลิ๊ก/100 อิมเพรสชั่น = 10%)

D

Dashboard (แดชบอร์ด) – เว็บเพจที่รวบรวมและแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงานของเว็บไซต์หรือดิจิทัลมาเก็ตติ้งแคมเปญ แดชบอร์ดดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆและแสดงข้อมูลเหล่านั้นในรูปแบบที่ง่ายต่อการเข้าใจ

Dark Web/Dark Net (ดาร์ค เว็บ/ดาร์ค เน็ต) – ส่วนของอินเตอร์เน็ตซึ่งไม่อยู่ในดัชนีของเสิร์ช เอนจิ้นทั่วๆไป ดาร์คเว็บจะปรากฏในเซิฟเวอร์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้และต้องใช้ซอฟแวร์หรือการตั้งค่าพิเศษในการเข้าถึงเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วคนจะใช้ดาร์คเว็บเพื่อลักลอบทำตลาดมืด การแชร์ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย และการเมืองใต้ดิน

Deep Web (ดีป เว็บ) – ตรงข้ามกับ Surface Web (เซอเฟส เว็บ คือ เว็บที่อยู่ในดัชนี) ดีปเว็บไม่อยู่ในดัชนีของเสิร์ชเอนจิ้นทั่วๆไปแต่ไม่ใช่เว็บที่ลักลอบทำความผิดเหมือนดาร์คเว็บ ตัวอย่างของดีปเว็บคือ ดาต้าเบส เอกสาร รายงาน ข้อมูลอื่นๆที่ไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะ เว็บเมล์ ออนไลน์แบงค์กิ้ง หรือการสมัครสมาชิกเพื่อติดตามวิดีโอ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และอื่นๆ

Digital Assistant (ดิจิทัล แอสซิสแทนท์) – หรือ virtual assistant/intelligent personal assistant (เวอชวล แอสซิสแทนท์/อินเทลลิเจนซ์ เพอเซอแนล แอสซิสแทนท์) ซอฟแวร์หรือแอพพลิเคชั่นชนิดนี้รับคำสั่งจากการสั่งงานด้วยเสียง สามารถตอบคำถาม ตั้งปฏิทินกิจกรรม ตั้งรายการสิ่งที่ต้องทำ ควบคุมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเช่น ไฟหรือเครื่องมือที่ทำงานโดยอัตโนมัติอื่นๆ อุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆมักจะมีโปรแกรมดิจิทัลแอสซิสแทนท์เช่น สิริ หรือ อเล็กซา
กูเกิล อะเมซอน และแอปเปิ้ลเป้าเจ้าของดิจิทัลแอสซิสแทนท์ที่สมบูรณ์ที่สุดในตลาดปัจจุบัน

Digital Marketing (ดิจิทัล มาเก็ตติ้ง) – ศัพท์ที่ใช้เรียกงานออนไลน์ใดๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคทางการตลาดต่างๆ เช่น SEO PPC CRO เว็บดีไซน์ บล็อกกิ้ง คอนเทนท์ และการโฆษณารูปแบบใดก็ตาผ่านอินเตอร์เน็ต โดยปกติแล้วโทรทัศน์ไม่ถือเป็นดิจิทัลมาเก็ตติ้ง แต่หลังจากที่ผู้คนเปลี่ยนมาใช้การสตรีมผ่านอินเตอร์เน็ตแทนเคเบิลทีวี โฆษณาแบบดิจิทัลก็ปรากฏให้ผู้ชมทีวีออนไลน์เห็นด้วยเช่นกัน

Directory (ไดเร็คโทรี่) – เว็บไซต์ที่จัดเรียงเว็บไซต์ต่างๆเป็นหมวดหมู่ ไดเร็คโทรี่บางชนิดเช่น หอการค้า (รายชื่อธุรกิจในพื้นที่หนึ่งๆ) มีประโยชน์ต่อ SEO แต่การสแปมไดเร็คโทรี่ทำให้กูเกิลไม่นับรวมลิ้งค์จากไดเร็คโทรี่ที่มีจุดประสงค์เพื่อขายลิ้งค์เท่านั้น

Display Ads (ดิสเพลย์ แอด) – โฆษณาในดิสเพลย์เน็ตเวิร์ค เรียกอีกชื่อว่า แบนเนอร์ แอด มีหลายรูปแบบ เช่น รูปภาพ แฟลช วิดีโอ เสียง เป็นโฆษณาที่ปรากฏในเพจ บล็อก และโซเชียลมีเดียตามเว็บไซต์ต่างๆ

Display Network (ดิสเพลย์ เน็ตเวิร์ค) – เครือข่ายของเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่แสดงโฆษณาในเว็บเพจ ดิสเพลย์เน็ตเวิร์คของกูเกิลครอบคลุมกว่า 2 ล้านเว็บไซต์ซึ่งสามารถเข้าถึงกว่า 90% ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ธุรกิจสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าโดยใช้คีเวิร์ด หัวข้อ ตำแหน่งในเว็บเพจ และผ่านการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเก่า

DNS (ดีเอ็นเอส) – ย่อมาจาก Domain Name System (โดเมน เนม ซิสเทม) คือวิธีการเปลี่ยน URL ของเว็บไซต์ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษ) เป็น IP address (ตัวเลข) โดยปกติแล้วเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะติดต่อและส่งผ่านข้อมูลโดยใช้ตัวเลขแต่ดีเอ็นเอสช่วยให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำตัวอักษรและคำใน URL ของเว็บไซต์แทน หากไม่มีดีเอ็นเอส URL ของเว็บไซต์ต่างๆจะกลายเป็นตัวเลขทั้งหมด

Dofollow (ดูฟอลโลว) – คำที่ใช้เรียกไฮเปอร์ลิ้งค์ที่ไม่มี “nofollow” (โนฟอลโลว) แท็ค โดยปกติแล้วไฮเปอร์ลิ้งค์ทั่วๆไปจะเป็นดูฟอลโลวลิ้งค์ จนกว่าจะมีการเพิ่มโค้ด “nofollow” เข้าไป ดูฟอลโลวลิ้งค์จะส่งผ่าน SEO equity (เอสอีโอ เอควิตี้) ไปยัง URL ปลายทาง แต่ “nofollow” จะไม่ส่ง

Duplicate Content (ดูพลิเคท คอนเทนท์) – ใช้เรียกเนื้อหาที่ปรากฏขึ้นซ้ำกันสองที่ในเว็บ หากเนื้อหาเดียวกันปรากฏขึ้นในหลายๆเว็บไซต์จะส่งผลให้เกิดปัญหาในการจัดลำดับของเว็บไซต์เหล่านั้น เพราะกูเกิลมักจะไม่แสดงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเดียวกันในผลการค้นหาพร้อมๆกัน โดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ถูกบันทึกลงในดัชนีเป็นเว็บไซต์แรกจะนับเป็นเนื้อหาต้นฉบับและจะไม่ได้รับโทษใดๆ ดูพลิเคทคอนเทนท์อาจเกิดจากการลอกเลียนแบบ เว็บไซต์ที่ขโมยเนื้อหาแบบอัตโนมัติ หรือการออกแบบเว็บอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาภายในเว็บไซต์ที่มีเพจเดิมซ้ำๆกัน กูเกิลอาจไม่สามารถเลือกเพจที่ถูกต้องไปแสดงในผลการค้นหาได้เพราะแต่ละเพจในเว็บไซต์มีการแข่งขันกันเอง สถานการณ์นี้เรียกว่า keyword cannibalization (คีเวิร์ด แคนิบอลไลเซชั่น) ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อมีการเพิ่มเพจใหม่โดยไม่ลบเพจเก่าหรืออาจเกิดจากความผิดพลาดของโครงสร้าง URL

E

Ecommerce/E-Commerce (อีคอมเมิซ) – ย่อมากจาก Electric Commerce (อิเล็กทริค คอมเมิซ) หมายถึงธุรกิจออนไลน์ต่างๆ รูปแบบที่พบเห็นมากที่สุดคือร้านค้าปลีกออนไลน์ซึ่งขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง

Email Automation (อีเมล์ ออโตเมชั่น) – ระบบการตลาดที่ใช้ซอฟแวร์ส่งอีเมล์ตามเงื่อนไขต่างๆโดยอัตโนมัติ และจะมีการสร้าง funnel (กรวย) ของรายชื่อเพื่อส่งอีเมล์ต่อเนื่องโดยอ้างอิงจากพฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละคน ตัวอย่างเช่น อีเมล์ออโตเมชั่นได้รับการตั้งค่าให้ส่ง “Email A” เมื่อผู้ใช้ให้อีเมล์ และจะส่ง “Email 2a” หรือ “Email 2b” โดยขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้รายนั้นเปิดอ่านอีเมล์ฉบับแรกหรือไม่

Email List (อีเมล์ ลิส) – รายชื่ออีเมล์ที่ใช้เพื่อส่งมาเก็ตติ้งแคมเปญต่างๆ แบ่งตามชนิดของผู้ใช้ ดังนั้นรายชื่อของลูกค้าเดิมอาจได้รับเนื้อหาหนึ่ง ในขณะที่ลูกค้าใหม่อาจได้รับเนื้อหาอื่นที่เน้นการส่งเสริมการขายมากกว่า

Email Marketing (อีเมล์ มาเก็ตติ้ง) – การใช้อีเมล์เพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มจำนวนลูกค้า หรือเพิ่มคอนเวอชั่นชนิดต่างๆ

F

Featured Snippet (ฟีเจอร์ สนิปเพท) – ข้อมูลโดยสรุปที่กูเกิลดึงมาจากเว็บไซต์ต่างๆและใส่ลงในผลการค้นหาเพื่อจะแสดงคำตอบของคำถามทั่วๆไปอย่างรวดเร็ว มักจะอยู่ช่องบนสุดในหน้าผลการค้นหาโดยมีลิ้งค์ของแหล่งที่มาแนบอยู่ด้วย เจ้าของเว็บไซต์ไม่สามารถสร้างฟีเจอร์สนิปเพทเองได้เพราะกูเกิลจะเลือกข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุดมาใช้ โดยปกติฟีเจอร์สนิปเพทจะปรากฏขึ้นจากคำถามว่า “อะไรคือ……….” หรือ “ใครคือผู้คิดค้น……….” ซึ่งบางครั้งอาจมีเครื่องมือ เช่น เครื่องคิดเลขหรือแอพพลิเคชั่นที่ใช้เปลี่ยนแปลงหน่วยปรากฏขึ้นมาด้วย

Facebook Advertising (เฟสบุ๊ค แอดเวอร์ไทซิง) – โฆษณาในเฟสบุ๊คที่ปรากฏให้ผู้เข้าชมเห็นผ่านเครือข่ายโฆษณาของเฟสบุ๊คเอง บริษัทสามารถสร้างโฆษณาแบบต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้รับชมโฆษณาในเฟสบุ๊คถูกแบ่งตามข้อมูลผู้ใช้ที่เฟสบุ๊คมีอยู่ ในขณะที่โฆษณาของกูเกิลใช้คีเวิร์ด

Facebook Profile (เฟสบุ๊ค โปรไฟล์) – บัญชีเฟสบุ๊คส่วนตัวซึ่งจะถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้สมัครสมาชิก

Facebook Business Page (เฟสบุ๊ค บิสซิเน็ซ เพจ) – เว็บเพจสาธารณะในเฟสบุ๊ค สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของบริษัทต่างๆ บิสซิเน็ซเพจช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเฟสบุ๊คแอดเมเนเจอร์และช่วยให้ธุรกิจหรือบริษัทต่างๆได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ (เช่น ปุ่มไลค์ การตอบข้อความ เนื้อหาของโพส)

Facebook Ads Manager (เฟสบุ๊ค แอด เมเนเจอร์) – เครื่องมือที่ใช้สร้างโฆษณาในเฟสบุ๊ค ใช้ควบคุมเวลาและตำแหน่งที่โฆษณาจะปรากฏขึ้น และใช้ติดตามประสิทธิภาพการทำงานของแคมเปญในเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หรือเครื่อข่ายผู้ใช้อื่นๆ

Form Fill (ฟอร์ม ฟิล) – การกรอกข้อมูลลงในคอนแทคฟอร์มของเว็บไซต์ มักจะใช้เป็นคำเรียกคอนเวอชั่นชนิดหนึ่ง เช่น “เดือนนี้บริษัทได้รับโทรศัพท์ 20 สายและ 8 ฟอร์ม ฟิลจากมาเก็ตติ้งแคมเปญ”

G

Google (กูเกิล) – บริษัทเจ้าของเสิร์ชเอนจิ้น Google.com ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1998 ในปัจจุบันกูเกิลเป็นเจ้าของกว่า 80% ของยอดการค้นหาทั้งหมดและยังให้บริการทางซอฟแวร์ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาโดยตรงและด้านอื่นๆ เช่น Google Chorme (เว็บ เบราเซอร์) Google Fiber (บริการอินเตอร์เน็ต) Gmail (อีเมล์) และ Google Drive (ระบบเก็บข้อมูลออนไลน์) กูเกิลคือบริษัทลูกของ Alphabet

Google+ (กูเกิลพลัส) – ระบบที่ปิดบริการไปแล้วของกูเกิล ใช้เพื่อเป็นเพจส่วนตัวหรือเพจทางธุรกิจ (ปัจจุบันคือ Google My Business) ซึ่งมีข้อมูลข่าวสาร ปฏิทินกิจกรรม เนื้อหาใหม่ๆ และอื่นๆ

Google Algorithm (กูเกิล อัลกอริทึม) – ระบบการคำนวณที่กูเกิลใช้จัดลำดับเว็บไซต์ในผลการค้นหา บางครั้งอาจใช้คำเรียกที่มีความหมายกว้างกว่าว่า Core Algorithm (คอร์ อัลกอริทึม) กูเกิลอัลกอริทึมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (500-600 ครั้งต่อปี หรือ 2 ครั้งต่อวัน) ซึ่งส่งผลต่อการจัดลำดับของเว็บไซต์ทั่วโลก อัลกอริทึมที่แท้จริงของกูเกิลถูกเก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้เจ้าของเว็บไซต์ต่างๆควบคุมลำดับของตนเองได้ แต่กูเกิลได้ประกาศแนวทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เว็บไซต์ปรากฏเป็นลำดับต้นๆในหน้าผลการค้นหาไว้

Google Analytics (กูเกิล แอนะลิติกส์) – ระบบซอฟแวร์แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายของกูเกิล ใช้วิเคราะห์ข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ สามารถใช้เพื่อจัดการการเข้าถึงเว็บไซต์ คอนเวอชั่น ตัวชี้วัดต่างๆ การเปรียบเทียบข้อมูลเก่า และประสิทธิภาพของมาเก็ตติ้งในแต่ละช่องทาง

Google Adwords (กูเกิล แอดเวิร์ด) – บริการโฆษณาออนไลน์ของกูเกิล ช่วยให้ผู้โฆษณาเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผ่านทางการค้นหาและดิสเพลย์เน็ตเวิร์ค แอดเวิร์ดมีโมเดลต้นทุนหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การประมูลและเป้าหมายของแต่ละบริษัท ผู้โฆษณาสามารถประมูลซื้อคีเวิร์ดเพื่อให้โฆษณาของตนปรากฏในผลการค้นหาของกูเกิลและเว็บไซต์ต่างๆในเครือข่ายของกูเกิลได้

Google Chrome Security Warnings (กูเกิล โครม ซีเคียวริตี้ วอนนิ่ง) – ในเดือนตุลาคม ปี 2017 กูเกิลสนับสนุนให้เว็บไซต์เป็น HTTPS/SSL เมื่อผู้ใช้กูเกิลโครมเข้าเว็บไซต์ที่ไม่มี HTTPS จะมีคำเตือนปรากฏขึ้นว่าเว็บไซน์นั้นๆอาจเป็นอันตรายได้

GCLID/Google Click IDentifier (กูเกิล คลิ๊ก ไอเดนทิไฟเออ) – ตัวเลขและตัวอักษรที่ทำหน้าที่เป็นเลข ID เพื่อระบุเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ ใช้เพื่อนับจำนวนคลิ๊กที่ไม่ซ้ำกันของโฆษณา PPC และกูเกิลแอนะลิติกส์จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อตรวจสอบว่าผู้เข้าชมแต่ละคนมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์อย่างไร (คอนเวอชั่นเกิดขึ้นหรือไม่ ในเพจไหน ด้วยวิธีใด)

Google Fred Update (กูเกิล เฟรด อัพเดท) – ในเดือนมีนาคม ปี 2017 กูเกิลอัพเดทครั้งใหญ่เพื่อจัดการกับเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพ ทางกูเกิลไม่ได้ยืนยันว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จริง บอกเพียงแค่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมที่ทำอยู่ตามปกติ Gary Illyes พูดติดตลกว่าควรเรียกการอัพเดทพวกนี้ว่า เฟรด ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ

Google Home (กูเกิล โฮม) – เครื่องมือที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายทางบ้าน ผู้ใช้สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ เช่น การถามคำถามทั่วๆไป การค้นหาในเว็บกูเกิล การบันทึกตารางเวลา การเปิดเพลง หรือการตั้งนาฬิกาปลุก ในปัจจุบันบ้านหรือบริษัทสามารถเชื่อมต่อดิจิทัลแอสซิสแทนท์ (เช่น กูเกิลโฮม) กับอุปกรณ์อัตโนมัติต่างๆเช่น ไฟและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อควบคุมระบบเหล่านี้ผ่านทางการสั่งงานด้วยเสียง

Google Hummingbird (กูเกิล ฮัมมิงเบิร์ด) – ชื่อเล่นที่ใช้เรียกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งแรกของกูเกิล อัลกอริทึม กูเกิลตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงวิธีการตีความคำถามของผู้ใช้ทั้งหมด (ซึ่งแตกต่างจากอัพเดทอื่นๆ เช่น แพนด้าและเพนกวิน) ก่อนอัพเดทฮัมมิงเบิร์ด กูเกิลแสดงผลการค้นหาโดยใช้คีเวิร์ดเฉพาะที่ตรงกับคำถามของผู้ใช้ หากผู้ใช้ค้นหาว่า “วิธีที่ถูกที่สุดในการสร้างบ้านนกโดยไม่ใช้ไม้” ผลการค้นหาที่แสดงออกมาอาจจะมีวิธีที่ใช้ไม้สร้างรวมอยู่ด้วย แต่ในปัจจุบันผลการค้นหาจะแสดงแค่สิ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคำถามเท่านั้น

Google Maps (กูเกิล แมพ) – บริการแสดงที่ตั้งและการนำทางของกูเกิลผ่าน maps.google.com ผู้ใช้สามารถค้นหาร้านค้า ร้านอาหาร บริษัท และแลนมาร์คต่างๆทั่วโลกได้ กูเกิล แมพเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นนำทางที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด ระบบนำทางนี้สามารถบอกทิศทางซึ่งมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาตามสภาพการจราจรและปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น

Google Medic (กูเกิล เมดิก) – การอัพเดทอัลกอริทึมครั้งใหญ่ของกูเกิลในหน้าร้อนปี 2018 บางครั้งเรียกว่า “Query Intent Update” (เควียรี อินเทนท์ อัพเดท) กูเกิลเมดิกส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับยา สุขภาพ และ “YMYL” ซึ่งถูกลดลำดับลงเป็นจำนวนมาก กูเกิลปฏิเสธว่าไม่ได้เจาะจงแก้ไขแค่อัลกอริทึมที่เกี่ยวกับเว็บไซต์เหล่านี้

Google Mobile First Index Rollout Update (กูเกิล โมบาย เฟิร์ส อินเด็กซ์ โรลเอาท์ อัพเดท) – ในช่วงต้นปี 2018 กูเกิลประกาศว่าจะอัพเดท Moblie-First (โมบาย เฟิร์ส) ซึ่งเป็นการริเริ่มให้นักพัฒนาสร้างเว็บไซต์ที่เน้นการแสดงผลทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ของโมบายเฟิร์สจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในอุปกรณ์อัจริยะทุกชนิดและจะมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด ดังนั้น กูเกิลจึงลดลำดับเว็บไซต์ต่างๆที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกผ่านทางโทรศัพท์ หรือตัดเว็บไซต์เหล่านี้ออกจากผลการค้นหาที่แสดงในโทรศัพท์ทั้งหมด

Google Mobile Speed Update (กูเกิล โมบาย สปีด อัพเดท) – ในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 กูเกิลเริ่มใช้ความเร็วของเพจเป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดลำดับผลการค้นหาทางโทรศัพท์ โดยตั้งใจให้มีผลกระทบต่อเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดช้าที่สุดต่างๆในโทรศัทพ์เท่านั้น

Google My Business (กูเกิล มาย บิสซิเน็ซ) – ระบบที่บริษัทใช้ใส่ข้อมูลที่จะปรากฏในผลการค้นหา แผนที่ การค้นหาตำแหน่ง ฯลฯ ผู้ใช้สามารถใช้ระบบนี้จัดการกับชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ลิ้งของเว็บไซต์ ช่วงเวลาที่เปิดให้บริการ รีวิว และอื่นๆ ดังนั้น กูเกิลมายบิสซิเน็ซจึงมีความสำคัญต่อแคมเปญ SEO และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้นหาโดยใช้ตำแหน่ง

Google Panda (กูเกิล แพนด้า) – การอัพเดทอัลกอริทึมของกูเกิลซึ่งเน้นการวิเคราะห์คุณภาพของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ เริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011 และมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะหลังจากนั้น เช่นเดียวกับกูเกิลเพนกวิน กูเกิลแพนด้าระบุว่าเนื้อหาในเพจตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหาหรือไม่และจัดเรียงลำดับเว็บไซต์ตามนั้น เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพต่ำจึงมีลำดับลดลงอย่างมาก ในปัจจุบันอัลกอริทึมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ core algorithm (คอร์ อัลกอริทึม) ของกูเกิลและสามารถประเมินคุณภาพเว็บไซต์ต่างๆได้ตลอดเวลา

Google Partner Agency (กูเกิล พาร์ทเนอร์ เอเจนซี่) – เอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองในด้านต่างๆจากกูเกิล เอเจนซี่จะต้องมีลูกจ้างที่ผ่านการรับรองของแอดเวิร์ด ตรงตามข้อกำหนดด้านการใช้จ่าย และด้านประสิทธิภาพการทำงานโดยมีรายได้รวมจากการโฆษณาและการเติบโตตามเป้าหมาย และมีฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

Google Penguin (กูเกิล เพนกวิน) – การอัพเดทอัลกอริทึมของกูเกิลซึ่งเน้นการวิเคราะห์คุณภาพของลิ้งค์ต่างๆที่นำไปสู่เว็บไซต์หนึ่งๆ ประกาศใช้ในเดือนเมษายน ปี 2012 และมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะหลังจากนั้น เช่นเดียวกับกูเกิลแพนด้า กูเกิลเพนกวินจัดการกับกลยุทธ์ “black-hat SEO” ซึ่งเปลี่ยนแปลงลำดับการค้นหาโดยการสร้างลิ้งค์ไปยังเว็บไซต์ด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ กูเกิลจัดลำดับโดยการวิเคราะห์เพจทั้งหมดที่เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หนึ่งเพื่อคัดเลือกว่าลิ้งค์ไหนเป็นประโยชน์กับผู้ใช้และลิ้งค์ไหนถูกสร้างมาเพื่อควบคุมการจัดลำดับเท่านั้น กูเกิลประเมินว่าเพนกวินส่งผลการทบต่อ 3.1% ของการค้นหาโดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสำหรับอัลกอริทึมหนึ่งๆ

Google Pigeon (กูเกิล พีเจ้น) – การอัพเดทอัลกอริทึมของกูเกิลซึ่งเน้นการแสดงผลการค้นหาท้องถิ่นให้กับผู้ค้นหา ตัวอย่างเช่น การค้นหาว่า “SOHO coffee shop” จะขึ้นผลการแสดงหลักในพื้นที่ละแวกนั้น นอกจากนี้กูเกิลสามารถรู้ตำแหน่งของผู้ใช้ขณะค้นหาและแสดงบริษัทที่อยู่ใกล้ๆได้โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องระบุคีเวิร์ดว่าใกล้ๆ อัลกอริทึมนี้ช่วยให้ธุรกิจต่างๆมีโอกาสมากที่จะปรากฏขึ้นในผลการค้นหาเมื่อมีผู้ใช้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

Google Review (กูเกิล รีวิว) – รีวิวที่ปรากฏในกูเกิลมายบิสซิเน็ซ แบ่งเป็นระดับ 1-5 ดาว กับข้อความสั้นๆจากผู้รีวิว รีวิวนี้สามารถปรากฏใน knowledge graph (นอลเลจ กราฟ) ของกูเกิลได้ และมีความเชื่อมโยงในทางบวกกับการจัดลำดับ SEO

Google Search Console (กูเกิล เสิร์ช คอนโซล) – มีชื่อเก่าว่า Webmaster Tools (เว็บมาสเตอร์ ทูล) คือเครื่องมือต่างๆที่กูเกิลให้เว็บมาสเตอร์ใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อมูลทางด้านลำดับในผลการค้นหาของเว็บไซต์หนึ่งๆ เสิร์ชคอนโซลแสดงว่าเว็บไซต์ปรากฏขึ้นในหน้าผลการค้นหามากแค่ไหนและครอลเลอร์ บอทของกูเกิลสามารถหาเว็บไซต์นี้เจอได้ง่ายแค่ไหน ต่างจากแอนะลิติกส์ที่แสดงจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ ตัวชี้วัดที่เสิร์ชคอนโซลใช้ ได้แก่ คลิ๊กธรูเรท จำนวนเพจที่อยู่ในดัชนี จำนวนลิ้งค์ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว (หรือเรียกว่า 404 เพจ) และอื่นๆ

Google Tag Manager (กูเกิล แท็ค เมเนเจอร์) – เครื่องมือที่ใช้จัดการ JavaScript (จาวาสคริปท์) และแท็ค HTML ซึ่งทำหน้าที่ติดตามและวิเคราะห์เว็บไซต์ต่างๆ กูเกิลแท็คเมเนเจอร์ช่วยให้เว็บมาสเตอร์สามารถเพิ่ม tracking pixel (แทรคกิ้ง พิกเซล) หรือชุดโค้ดต่างๆได้โดยไม่ต้องแก้ที่สคริปท์ของเว็บไซต์

Gravity Forms (กแรวิตี้ ฟอร์ม) – ปลั๊กอินของ WordPress (เวิร์ดเพรส) ใช้เพิ่มคอนแทคฟอร์มรูปแบบต่างๆในเว็บไซต์ สามารถเก็บข้อมูลของฟอร์มที่กรอกสมบูรณ์แล้วและปรับเปลี่ยนช่องต่างๆในฟอร์มได้ กแรวิตี้ ฟอร์มเข้าร่วมกับบริษัทภายนอกจำนวนมากและกลายเป็นปลั๊กอินมาตรฐานของคอนแทคฟอร์มที่ใช้ในเว็บไซต์ที่สร้างโดย Geek Powered Studios

H

HARO/Help A Reporter Out (เฮลป์ อะ รีพอร์ตเตอร์ เอาท์) – HARO อีเมล์จะถูกส่งตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ สามครั้งต่อวัน โดยเนื้อหาคือข่าวและเรื่องต่างๆที่นักข่าวต้องการแหล่งที่มา สามารถใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการประชาสัมพันธ์และเพิ่มโอกาสต่างๆ

Hashtag (แฮชแท็ค) – วลีที่ขึ้นต้นด้วยสัญลักษณ์ “#” ใช้แท็คเนื้อหาในโซเชียลมีเดียเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาของผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้ค้นหาหัวข้อใด โพสที่มีแฮชแท็คที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นจะปรากฏขึ้น วิธีนี้ทำให้รู้ว่าผู้ใช้กลุ่มไหนที่ค้นหาหัวข้อกว้างๆในโซเชียลมีเดีย และกลุ่มไหนที่ค้นหาหัวข้อเฉพาะหรือหัวข้อที่มีความละเอียดมากกว่า

Header (เฮดเดอร์) – ส่วนบนสุดของเว็บเพจที่มักจะมีโลโก้กับเมนู หรือ ส่วนหนึ่งของโค้ด HTML ในเว็บไซต์ที่เป็นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเว็บไซต์นั้นๆ

Header Code (เฮดเดอร์ โค้ด) – ในทุกเว็บไซต์จะมีโค้ดชนิดหนึ่งอยู่ในส่วนเฮดเดอร์ซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากทุกเพจในเว็บไซต์ ปกติแล้วเฮดเดอร์โค้ดจะประกอบด้วยสคีมามาร์คอัพ แอนะลิติกส์โค้ด แอดเวิร์ดโค้ด และเครื่องมืออื่นๆที่ใช้ติดตามข้อมูลของทั้งเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกใส่ไว้ในเฮดเดอร์เพื่อที่จะสามารถติดตามข้อมูลต่างๆได้ทันทีที่เว็บไซต์เริ่มดาวน์โหลด

Header Tags (เฮดเดอร์ แท็ค) (h1, h2, h3 และอื่นๆ) – โค้ด HTML ใช้เฮดเดอร์แท็คจัดประเภทหัวเรื่อง เฮดเดอร์แท็คคือชื่อและหัวข้อหลักของเว็บเพจที่บอกว่าแต่ละเพจเกี่ยวข้องกับอะไร ช่วยให้ง่ายต่อการค้นหา เฮดเดอร์แท็คใช้รูปแบบการจัดเรียงแบบลดหลั่นโดยที่แต่ละเพจจะมี H1 แค่หนึ่งหัวข้อหลัก ถัดลงมาจากนั้นเป็น H2 (ซับไตเติ้ล มีมากกว่าหนึ่งได้) และในแต่ละ H2 สามารถมี H3 (ซับ-ซับไตเติ้ล มีมากกว่าหนึ่งได้) ถัดลงมาได้ ฯลฯ
– H1 มักจะใช้แค่ครั้งเดียวในเว็บเพจ เป็นชื่อหรือหัวข้อที่สำคัญที่สุด
– H2 ใช้เพื่อบอกหัวข้อย่อยที่สำคัญของแต่ละเว็บเพจ
– H3 ใช้เพื่อบอกหัวข้อย่อยที่สำคัญภายใต้หัวข้อ H2

Heatmap (ฮีทแมพ) – การแสดงปฏิสัมพันธ์ของผู้เข้าชมกับเว็บไซต์ด้วยกราฟ โดยใช้ฮีทแมพซอฟแวร์เพื่อระบุว่าผู้เข้าชมเข้าเว็บไซต์เข้าจากที่ไหน เลื่อนดูอย่างไร หยุดดูส่วนไหน ฮีทแมพช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลทางพฤติกรรมของผู้เข้าชมเพื่อให้เกิดการออกแบบเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

HTML (เอชทีเอ็มแอล) – ย่อมาจาก Hypertext Markup Language (ไฮดปอร์เท็กซ์ มาร์คอัพ แลงเกวจ) คือชุดโค้ดที่สื่อสารให้เว็บเบราเซอร์รู้ว่าจะแสดงเว็บเพจหนึ่งๆอย่างไร โค้ดแต่ละตัวเรียกว่า element (เอลิเมนท์) หรือ tag (แท็ค) HTML มีเอลิเมนท์เริ่มต้นและเอลิเมนท์จบสำหรับมาร์คอัพส่วนใหญ่

HTTP (เอชทีทีพี) – ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol (ไฮเปอร์เท็กซ์ ทรานเฟอร์ โพรโทคอล) คือกฏที่เว็บไซต์ใช้ระบุว่าข้อมูลจะเป็นรูปแบบใด ถูกส่งต่ออย่างไร และเว็บเบราเซอร์กับเว็บเซิฟเวอร์ควรตอบสนองอย่างไรเพื่อทำตามคำสั่งที่ได้รับ เมื่อคุณใส่ชื่อเว็บไซต์และกดปุ่มเอนเทอร์ คำสั่ง HTTP จะถูกส่งไปที่เว็บเซิฟเวอร์เพื่อส่งข้อมูลของเว็บไซต์นั้นไปยังเว็บเบราเซอร์ของคุณ

HTTPS (เอชทีทีพีเอส) – ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure (ไฮเปอร์เท็กซ์ ทรานเฟอร์ โพรโทคอล ซีเคียว) คือ HTTP ในรูปแบบที่ปลอดภัยซึ่งเว็บไซต์ใช้ระบุว่าข้อมูลจะเป็นรูปแบบใดและถูกส่งต่อไปยังเว็บต่างๆอย่างไร HTTPS ดีกว่า HTTP เพราะข้อมูลที่ส่งแบบ HTTPS จะมีการเข้ารหัสเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเว็บเพจนั้นๆได้ ขณะที่ข้อมูลถูกส่งจากเซิฟเวอร์ไปยังเบราเซอร์

Hreflang Tag (เฮิร์ฟแลง แท็ค) – โค้ด HTML ของเว็บไซต์ซึ่งบอกเครื่องมือค้นหาต่างๆ เช่น กูเกิล ว่าเว็บเพจนั้นๆใช้ภาษาอะไร เฮิร์ฟแลงแท็คมีประโยชน์มากสำหรับเว็บไซต์ที่แต่ละเพจมีหลายเวอชั่นในภาษาต่างๆเพราะช่วยให้กูเกิลแยกได้ว่าเพจไหนมีความเกี่ยวข้องกับอะไรและควรแสดงแก่ผู้เข้าชมกลุ่มไหน

Hummingbird (ฮัมมิงเบิร์ด) – ดู “Google Hummingbird”

Hyperlink (ไฮเปอร์ลิ้ง) – โค้ด HTML ที่ใช้สร้างลิ้งค์จากเว็บเพจหนึ่งไปยังอีกเว็บเพจหนึ่ง มักจะเป็นคำที่ถูกไฮไลท์หรือรูปภาพซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังจุดหมายที่ตั้งไว้หลังจากคลิ๊กคำหรือรูปภาพนั้นๆ

I

Iframe (ไอเฟรม) – ข้อมูล HTML ที่อยู่ข้างใน HTML อื่นในเว็บไซต์ ใช้เพื่อฝังข้อมูลจากแหล่งหนึ่งในเว็บเพจอื่นๆ

Impression (อิมเพรสชั่น) – จำนวนครั้งที่โฆษณาปรากฏขึ้น ใช้สำหรับโฆษณาแบบ Pay per click (เพย์ เพอ คลิ๊ก)

Impression Share (อิมเพรสชั่น แชร์) – ตัวชี้วัดของโฆษณาแบบเพย์เพอคลิ๊ก ใช้บอกเปอร์เซ็นของจำนวนครั้งที่ผู้เข้าชมเห็นโฆษณาโดยเทียบกับจำนวนทั้งหมดที่ผู้เข้าชมสามารถเห็นโฆษณาได้ ถ้าแคมเปญโฆษณาหนึ่งมีอิมเพรสชั่นแชร์ 70% หมายความว่าผู้เข้าชมเห็นโฆษณา 7 ครั้งจาก 10 ครั้งที่สามารถเห็นได้

Inbound Marketing (อินบาวด์ มาเก็ตติ้ง) – การดำเนินการหรือกลยุทธ์ที่ใช้ดึงดูดผู้ใช้และลูกค้าให้เข้าเว็บไซต์ “Inbound” คือคำใหม่ที่มีความสุภาพนุ่มนวลกว่า ใช้เรียกแทน “SEO” อินบาวด์มาเก็ตติ้งมีความสำคัญมากต่อการจัดการเว็บไซต์ เพราะเป็นการดึงดูดลูกค้าโดยการอธิบายและสร้างความเชื่อใจต่อบริการ สินค้าและแบรนด์

Index (อินเด็กซ์) – เมื่อใช้เป็นคำนาม อินเด็กซ์หมายถึงดัชนีของเว็บเพจทั้งหมดที่กูเกิลสำรวจและเก็บรวบรวมเพื่อแสดงในผลการค้นหาต่างๆ (ตัวอย่าง “กูเกิลอินเด็กซ์ประกอบไปด้วยเว็บไซต์หลานพันล้านเว็บไซต์”) เมื่อใช้เป็นคำกิริยา อินเด็กซ์หมายถึงการที่กูเกิลคัดลอกเว็บเพจเข้าไปในระบบ (ตัวอย่าง “กูเกิลอินเด็กซ์เว็บไซต์ของเราวันนี้ ดังนั้นเว็บไซต์ของเราจะเริ่มปรากฏในผลการค้นหา”)

IP Address (ไอพี แอดเดรส) – หรือ Internet Protocol Address (อินเตอร์เน็ต โพรโทคอล แอดเดรส) คือตัวเลขซึ่งใช้ระบุอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะมีไอพีแอดเดรสที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถชี้ตำแหน่งและแยกอุปกรณ์เครื่องนั้นออกจากเครื่องอื่นๆได้ขณะใช้งานอินเตอร์เน็ต คุณสามารถค้นหาไอพีแอดเดรสของเครื่องที่ใช้งานอยู่ได้โดยการพิมพ์ว่า “what is my ip address” ในกูเกิล

J

Java (จาวา) – ภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรม ใช้สร้างแอพพลิเคชั่นที่ทำงานในอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ จาวาสามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง แต่จาวาสคริปท์ทำงานได้ในเว็บเบราเซอร์เท่านั้น

Javascript/JS (จาวาสคริปท์) – คือภาษาที่ใช้เขียนสคริปท์ ใช้ในเว็บเบราเซอร์เพื่อสร้างเอลิเมนท์ในเว็บเพจที่มีความซับซ้อนเกินไปจนไม่สามารถใช้แค่ HTML หรือ CSS ได้

K

Keyword (คีเวิร์ด) – คำหรือวลีที่บอกใจความสำคัญหรือหัวข้อของเนื้อหา เมื่อต้องการค้นหาอะไรบางอย่างในเสิร์ชเอนจิ้น คุณจะต้องใส่คีเวิร์ดลงไป ผลการค้นหาที่แสดงออกมาจะขึ้นอยู่กับคีเวิร์ดนั้น เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ปรากฏขึ้นจากการใช้คีเวิร์ดที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด

Keyword Phrase (คีเวิร์ด เฟรส) – กลุ่มคำสองคำขึ้นไป ใช้เพื่อค้นหาข้อมูลในเสิร์ชเอนจิ้น บางครั้งการใช้คีเวิร์ดเพียงคำเดียวในการค้นหาอาจทำให้ไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ คีเวิร์ดเฟรสช่วยให้ผู้ใช้เลือกคำได้มากกว่าหนึ่งคำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้น

Keyword Density (คีเวิร์ด เดนซิตี้) – เปอร์เซ็นที่แสดงว่าคีเวิร์ดปรากฏขึ้นในเว็บเพจมากแค่ไหนโดยเปรียบเทียบกับจำนวนคำทั้งหมดในเว็บเพจนั้นๆ

Keyword Stuffing (คีเวิร์ด สตัฟฟิ่ง) – เมื่อเว็บเพจใช้คีเวิร์ดบ่อยเกินไปโดยมีเจตนาที่จะควบคุมการแสดงผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดและอาจทำให้อัลกอริทึมลดลำดับเว็บไซต์นั้นๆลงหรืออาจได้รับโทษจากกูเกิลโดยตรง

Knowledge Graph (นอลเลจ กราฟ) – เครื่องมือที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าจอในหน้าผลการค้นหา นอลเลจกราฟสรุปประเด็นหลักของข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น Wikipedia (วิกิพีเดีย) มักจะปรากฏขึ้นเมื่อค้นหาเกี่ยวกับบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ ฯลฯ

Knowledge Panel (นอลเลจ พาเนล) – กล่องที่อยู่ด้านบนในหน้าผลการค้นหา คล้ายกับนอลเลจ กราฟ เครื่องมือชนิดนี้ถูกออกแบบให้ปรากฏขึ้นเมื่อผู้ใช้ค้นหาธุรกิจในกูเกิล ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเช่น เบอร์โทรศัพท์ รีวิว และตำแหน่งที่ตั้งอย่างรวดเร็ว นอลเลจพาเนลดึงข้อมูลส่วนใหญ่มาจากกูเกิลมายบิสซิเน็ซและกูเกิลแมพ

L

Landing Page (แลนดิ้ง เพจ) – เว็บเพจเป้าหมายที่ปรากฏขึ้นเมื่อผู้เข้าชมคลิ๊กลิ้งค์ (ในโฆษณาหรือที่อื่นๆ) แลนดิ้งเพจอาจถูกออกแบบเพื่อเน้นการสร้างกลุ่มลูกค้าหรืออาจใช้เพื่อนำผู้เข้าชมไปยังส่วนต่างๆของเว็บไซต์

LSI/Latent Semantic Indexing (ลาเทนท์ ซีแมนติก อินเด็กซิ่ง) – วิธีการทำอินเด็กซ์ของเสิร์ชเอนจิ้น โดยการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคำและวลีเพื่อทำให้เข้าใจเนื้อความต่างๆได้ง่ายขึ้น วิธีนี้ช่วยให้เสิร์ชเอนจิ้นแสดงผลการค้นหาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

Lead (ลีด) – กลุ่มคนที่เคยติดต่อกับธุรกิจด้วยเจตนาที่จะซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือฟอร์มฟิลออนไลน์ รายชื่อของคนกลุ่มนี้จะอยู่ใน sales funnel (เซลส์ ฟันเนล)

Link (ลิ้งค์) – หรือเรียกว่าไฮเปอร์ลิ้งค์ คือ HTTP ที่ใช้เชื่อมต่อเว็บเพจต่างๆกับอินเตอร์เน็ต ลิ้งค์มีรูปแบบหลักสองรูปแบบ ได้แก่ internal links (อินเทอร์นอล ลิ้งค์) คือลิ้งค์ที่นำไปยังเพจในเว็บไซต์เดียวกัน และ external links (เอ็กซ์เทอร์นอล ลิ้งค์) คือลิ้งค์ที่นำไปยังเพจของเว็บไซต์อื่นๆ

Link profile (ลิ้งค์ โปรไฟล์) – การรวบรวมลิ้งค์ทั้งหมดซึ่งนำไปสู่เว็บไซต์หนึ่งๆ สามารถใช้เพื่อแสดงอิทธิพล ความน่าเชื่อถือและเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ ลิ้งค์โปรไฟล์มีความสำคัญต่อการจัดลำดับผลการค้นหาของกูเกิล ถ้าเว็บไซต์หนึ่งมีลิ้งค์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ สแปมหรือทำผิดกฏจำนวนมาก ลิ้งค์โปรไฟล์ของเว็บไซต์นั้นจะส่งผลทางลบกับการจัดลำดับ ในทางกลับกัน ถ้าเว็บไซต์หนึ่งมีลิ้งค์จากเว็บไซต์ที่เนื้อหามีคุณภาพ มีชื่อเสียงที่ดีในการให้ข้อมูล ลิ้งค์โปรไฟล์ของเว็บไซต์นั้นจะส่งผลทางบวกกับการจัดลำดับ

Linkedin (ลิงค์อิน) – โซเชียลเน็ตเวิร์คเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับตำแหน่งงาน ธุรกิจ และผู้ใช้อื่นๆ ลิงค์อินเป็นแหล่งสำคัญสำหรับมาเก็ตติ้ง การหาคนเข้าทำงานและการแชร์ข้อมูลทางวิชาชีพต่างๆ

Linkedin Advertising (ลิงค์อิน แอดเวอร์ไทซิง) – ระบบการโฆษณาของลิงค์อินซึ่งมีโฆษณาหลากหลายรูปแบบ ผู้โฆษณาสามารถประมูลพื้นที่โฆษณาเพื่อเจาะจงกลุ่มลูกค้าโดยอ้างอิงจากตำแหน่งงาน ประสบการณ์การทำงาน ประเภทธุรกิจและอื่นๆได้

Link Network (ลิ้งค์ เน็ตเวิร์ค) – กลยุทธ์การสร้างลิ้งค์แบบแบล็คแฮทโดยใช้เน็ตเวิร์คของเว็บไซต์ต่างๆที่เชื่อมกันทั้งหมดด้วยลิ้งค์เพื่อสร้างประวัติแบ็คลิ้งค์ที่ดีและทำให้ลำดับในผลการค้นหาของกูเกิลสูงขึ้น ลิ้งค์เน็ตเวิร์คมีอีกชื่อเรียกคือ private blog networks/PBN (ไพรเวท บล็อก เน็ตเวิร์ค) ซึ่งทั้งลิ้งค์เน็ตเวิร์คและ PBN ผิดกฏของกูเกิลและเว็บไซต์จะถูกลดลำดับหรือปรับโทษเมื่อตรวจพบ

Lookalike Audience (ลุคอะไลค์ ออเดียนซ์) – ตัวเลือกกลุ่มลูกค้าในบริการโฆษณาของเฟสบุ๊ค รายชื่อจะถูกรวบรวมจากเงื่อนไขต่างๆ เช่น เป็นแฟนของเฟสบุ๊คเพจ อยู่ในรายชื่ออีเมล์ ฯลฯ เฟสบุ๊คจะจัดกลุ่มตามลักษณะที่เหมือนกันของผู้เข้าชมและจะแสดงโฆษณาให้กับกลุ่มที่มีความสนใจในด้านนั้นๆ

Long Tail Keyword (ลองเทล คีเวิร์ด) – คีเวิร์ดที่ยาวและตรงกับคำถามของผู้ใช้โดยเฉพาะ จำนวนการค้นหาโดยใช้ลองเทลคีเวิร์ดมีน้อยกว่าการใช้คีเวิร์ดธรรมดาแต่มีเจตนาในการค้นหาที่ชัดเจนกว่า และโดยปกติจะมีบริษัทคู่แข่งจำนวนไม่มากที่ต้องการให้ข้อมูลของตัวเองปรากฏขึ้นจากการใช้ลองเทลคีเวิร์ด ตัวอย่างเช่น คีเวิร์ดธรรมดาคือ “austin web designer” (ออสติน เว็บ ดีไซน์เนอร์) ลองเทลคีเวิร์ดอาจเป็น “affordable austin web designer that makes WordPress sites” (ออสติน เว็บ ดีไซน์เนอร์ราคาไม่แพงที่สร้างเว็บเวิร์ดเพรสได้)

M

Map Pack (แมพ แพ็ค) – ส่วนหนึ่งของผลการค้นหาในกูเกิล ประกอบด้วยตำแหน่งของ 3 ธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แมพแพ็คจะปรากฏขึ้นเมื่อมีการค้นหาแบบท้องถิ่น การค้นหาประเภทธุรกิจทั่วๆไป หรือการค้นหาโดยใช้คำว่า “near me”

Medium (มีเดียม) – ประเภททั่วๆไปของช่องทางที่นำไปสู่เว็บไซต์ เป็นข้อมูลที่ใช้ในกูเกิลแอนะลิติกส์ ตัวอย่างของมีเดียม ได้แก่
– organic (ออแกนิค)
– CPC (ซีพีซี)
– email (อีเมล์)
– referral (รีเฟอรอล)

Metadata (เมตะเดต้า) – โค้ด HTML ที่ใส่ในเว็บเพจเพื่อให้ข้อมูลด้านเนื้อหากับครอลเลอร์และเสิร์ชเอนจิ้น โดยเสิร์ชเอนจิ้นใช้เมตะเดต้าเพื่อตัดสินว่าจะแสดงข้อมูลส่วนไหนในผลการค้นหา ตัวอย่างของเมตะแท็ค ได้แก่ วันที่เพจถูกสร้างขึ้น ชื่อเพจ ชื่อผู้เขียน และคำบรรยายภาพ

Meta Description (เมตะ เดสคริปชั่น) – หนึ่งในเมตะแท็คที่ใช้บรรยายลักษณะเพจภายใน 160 ตัวอักษร มีความสำคัญต่อเว็บเพจเพราะจะปรากฏในผลการค้นหาของกูเกิลและเสิร์ชเอนจิ้นอื่นๆ

Meta Keywords (เมตะ คีเวิร์ด) – เมตะแท็คเฉพาะที่ใช้แสดงคีเวิร์ดหนึ่งๆในเพจ แต่บางเว็บไซต์ใช้งาน เมตะคีเวิร์ดมาร์คอัพแบบผิดวิธี กูเกิลและเสิร์ชเอนจิ้นอื่นๆจึงไม่ใช้คีเวิร์ดนั้นๆในการจัดประเภทเว็บเพจอีกต่อไป

N

NAP/Name, Address, Phone Number (เนม แอดเดรส โฟนนัมเบอร์) – ตัวย่อสำหรับ local citations (โลเคิล ไซเทชั่น) ความแม่นยำและครบถ้วนของชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์มีความสำคัญต่อการสร้างแคมเปญ SEO มาก ชื่อธุรกิจและเบอร์โทรศัพท์ควรจะปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ ได้แก่ Yelp, Google Business, Angie’s List, Yellowpages, Better Business Bureau, Foursquare และอื่นๆ

Nofollow (โนฟอลโลว) – ลิ้งค์ HTML ที่บอกให้เว็บครอลเลอร์และเสิร์ชเอนจิ้นรู้ว่าลิ้งค์ที่ไปยังเว็บไซต์จุดหมายนี้จะไม่ส่งเอสอีโอ เอควิตี้ (ไม่ให้ผลประโยชน์ SEO ต่อผู้รับ) ตามกฏของกูเกิล ลิ้งค์ที่เกิดขึ้นแบบผิดธรรมชาติ (เช่น การจ่ายเงินเพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ การให้ผลประโยชน์กับนักข่าวที่เขียนเรื่องผลิตภัณฑ์ของบริษัท) จะมีโนฟอลโลว แท็ค

O

Organic (ออแกนิค) – ชนิดของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เข้ามาโดยการคลิ๊กผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้นที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นตัวชี้วัดพื้นฐานของแคมเปญ SEO และจะเติบโตขึ้นเมื่อเว็บไซต์มีลำดับสูงขึ้นในผลการค้นหาของคีเวิร์ดที่เกี่ยวข้องในเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ

P

Panda (แพนด้า) – ดู “Google Panda”

PBN/Private Blog Network (ไพรเวท บล็อก เน็ตเวิร์ค) – หรือลิ้งค์เน็ตเวิร์ค คือเว็บไซต์ส่วนบุคคลหลายๆเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกันเพื่อควบคุมผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้นโดยการเพิ่มลิ้งค์ใหม่จำนวนมากเข้าไปในลิ้งค์โปรไฟล์ของเว็บไซต์
ในปัจจุบัน เสิร์ช เอนจิ้นต่างๆ เช่น กูเกิล มีมาตรการเพื่อจัดการกับการใช้ PBN โดยการลดลำดับและลงโทษเว็บไซต์ที่ใช้ PBN เพื่อหาผลประโยชน์

Penguin (เพนกวิน) – ดู “Google Penguin”

Pigeon (พีเจ้น) – ดู “Google Pigeon”

PPC/Pay-Per-Click (เพย์ เพอ คลิ๊ก) – โมเดลการโฆษณาออนไลน์ที่คิดค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิ๊ก มักจะใช้ในเสิร์ชเอนจิ้นและการโฆษณาทางโซเชียลมีเดีย เช่น กูเกิลแอดเวิร์ด และเฟสบุ๊คแอด

Position (โพซิชั่น) – ตำแหน่งของเว็บไซต์ในผลการค้นหาของเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ (Google Bing ฯลฯ) เมื่อค้นหาโดยใช้คีเวิร์ดหรือคำถามเฉพาะหนึ่งๆ
Featured Snippet (ฟีเจอร์ สนิปเพท) เนื้อหาของเว็บเพจที่ถูกดึงไปไว้ในผลการค้นหาของกูเกิลเพื่อให้ข้อมูลกับผู้ค้นหาทันที
First Page (เฟิร์ส เพจ) เมื่อลำดับของเว็บไซต์อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหาในกูเกิล
Map Pack (แมพ แพ็ค) ผลการค้นหาลำดับ 1-3 ของกูเกิลที่แสดงธุรกิจในบริเวณใกล้เคียง

Penalty (เพนอลตี้) – เมื่อเว็บมาสเตอร์ละเมิดกฏของกูเกิล กูเกิลจะให้เพนอลตี้ (การลงโทษ) ผ่านทางเสิร์ชคอนโซลโดยอาจทำให้เว็บไซต์นั้นถูกลบออกจากผลการค้นหาทั้งหมด ปัญหาที่ทำให้ได้รับเพนอลตี้จะต้องถูกแก้ไขก่อนที่เพนอลตี้จะถูกยกเลิก และหลังจากที่ถูกยกเลิกแล้ว เว็บไซต์อาจต้องใช้เวลาเพื่อจะกลับไปอยู่ที่ลำดับเดิม เพนอลตี้อาจหมายถึง “algorithmic penalty” (อัลกอริทึมมิก เพนอลตี้) ซึ่งเป็นการใช้ชื่อเรียกที่ผิด เว็บไซต์หนึ่งๆอาจมีลำดับไม่ดีในผลการค้นหาเพราะกูเกิลอัลกอริทึมตรวจพบปัญหาบางอย่างภายในเว็บ ซึ่งไม่ถือเป็น “penalty” แต่เป็นปัญหาการจัดอันดับ เพนอลตี้ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อกูเกิลส่งข้อความให้เว็บมาสเตอร์ผ่านเสิร์ช คอนโซลเท่านั้น

PDF (พีดีเอฟ) – รูปแบบของเอกสารดิจิทัลซึ่งเป็นรูปภาพแบบดิจิทัลของข้อความหรือกราฟิก พีดีเอฟเป็นรูปแบบที่นิยมใช้เมื่ออัพโหลดเอกสารในอินเตอร์เน็ต เพราะใช้งานสะดวกและสามารถส่งหรือเปลี่ยนแปลงได้ง่าย กูเกิลสามารถอินเด็กซ์พีดีเอฟได้ถ้ากูเกิลและเสิร์ชเอนจิ้นอื่นๆสามารถเข้าใจเจตนาและเนื้อหาของพีดีเอฟนั้นๆ

Q

Quality Score (ควอลิตี้ สกอร์) – การประเมินของกูเกิลแอดเวิร์ดเพื่อแสดงถึงความเกี่ยวข้องและประสิทธิภาพของคีเวิร์ดที่ใช้ในแคมเปญ PPC คะแนนเหล่านี้ถูกวัดจากความเกี่ยวข้องของแอดกอปปี้ จำนวนคลิ๊กที่คาดว่าจะไ้ดรับ และคุณภาพกับความเกี่ยวข้องของแลนดิ้งเพจ ควอลิตี้สกอร์มีความสำคัญต่อการประมูลโฆษณา หากมีคะแนนสูงอาจทำให้ได้ลำดับโฆษณาที่สูงขึ้นในราคาที่ต่ำลง

Query (เควียรี) – คำที่ใช้เรียกสิ่งที่ผู้ค้นหาพิมพ์หรือใช้ค้นหาในเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆเช่น Google Bing Yahoo ตัวอย่างเช่น “austin electrician” (ออสติน อิเล็คทริเชียน) “how do i know if i have a raccoon in my attic” (จะรู้ได้ยังไงว่ามีแรคคูนอยู่ในห้องใต้หลังคาหรือเปล่า) “distance to nearest coffee ship” (ระยะทางของร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุด) ฯลฯ

R

Rankings (แรงค์กิ้ง) – ใช้เรียกตำแหน่งที่เว็บไซต์ปรากฏในผลหารค้นหา แรงค์กิ้งของเว็บไซต์หนึ่งอาจเพิ่มหรือลดในแต่ละช่วงเวลาตามคำหรือคำถามที่ใช้ค้นหา แรงค์กิ้งของแต่ละคีเวิร์ดจะแตกต่างกัน ดังนั้นเว็บไซต์หนึ่งอาจปรากฏในหน้าแรกถ้าค้นหาด้วยคีเวิร์ดหนึ่ง และอาจปรากฏในหน้าอื่นๆเมื่อใช้คีเวิร์ดอีกคำหนึ่ง

RankBrain (แรงค์เบรน) – ส่วนประกอบหลักของกูเกิลอัลกอริทึมซึ่งใช้ระบบการประเมินผลการค้นหาและคำถามที่เกี่ยวข้องต่างๆโดยอัติโนมัติ มีความเชื่อว่าแรงค์เบรนใช้โมเดลการตีความที่สามารถทดสอบปัจจัยชนิดต่างๆและระบุเจตนาของการค้นหาแต่ละครั้งได้

Reciprocal Link (รีซิโพรเคิล ลิ้งค์) – เว็บไซต์สองเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกันโดยมีจุดประสงค์คือการเพิ่มลำดับของทั้งสองเว็บไซต์ในเสิร์ชเอนจิ้น บางครั้งเสิร์ชเอนจิ้นถือว่าลิ้งค์ชนิดนี้คือการควบคุมลำดับ ซึ่งอาจทำให้เว็บไซต์ทั้งสองถูกลดลดลำดับหรือได้รับเพนอลตี้

Reddit (เรดดิด) – แหล่งรวมของกระทู้แสดงความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ตหรือ “subreddits” (ซับเรดดิด) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆจำนวนมาก โพสต์และคอมเม้นจะถูกจัดลำดับโดยการโหวตขึ้นหรือโหวตลง และรวมเป็นคะแนนทั้งหมดของผู้ใช้แต่ละคนเรียกว่า “karma” (คาร์มา) เรดดิดมีการให้บริการระบบการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย

Redirect (รีไดเร็ค) – วิธีที่เว็บเบราเซอร์นำผู้ใช้จากเพจหนึ่งไปยังอีกเพจหนึ่งโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องคลิ๊กหรือทำการใดๆ รีไดเร็คมีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดมีการใช้งานแตกต่างกัน (ชนิดที่พบเห็นทั่วไปคือ 301 รีไดเร็ค) รีไดเร็คเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์โดยช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งต่างๆเจอง่ายขึ้นหรือช่วยให้ไม่เจอทางตัน เช่น 404 (Not Found) errors (404 เอเรอร์)

Referral (รีเฟอรอล) – ช่องทางที่กูเกิลแอนะลิติกส์ใช้เพื่อแสดงการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางเว็บไซต์อื่น (ไม่ได้เข้าผ่านทางกูเกิลเสิร์ช ฯลฯ) เมื่อผู้ใช้คลิ๊กลิ้งค์ไปยังเว็บไซต์ภายนอกอื่นๆ จะเรียกว่าผู้ใช้ถูก “referred” (รีเฟอ) ไปยังเว็บไซต์นั้น

Rel Canonical (เรล แคนอลนิเคิล) – ใน HTML “rel” คือคุณสมบัติของลิ้งค์ และ “Canonical” คือส่วนที่ใส่ตามหลัง “rel” ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเพจต้นฉบับของเนื้อหาที่ถูกใช้หรือถูกอ้างถึง “Canonical” เพจคือเนื้อหาต้นฉบับ ใช้เพื่อป้องกันปัญหาการคัดลอกและรักษาการจัดลำดับของเว็บไซต์ต่างๆ เพจอื่นๆที่อ้างอิงเพจต้นฉบับจะถือเป็นเพจทำซ้ำ

Remarketing (รีมาเกตติ้ง) – หรือ retargeting (รีทาร์เกตติ้ง) คือชนิดของโฆษณาที่ช่วยให้ผู้โฆษณาสามารถแสดงโฆษณาให้ลูกค้าที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ของตนเองได้ เมื่อผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์ ข้อมูลขนาดเล็กเรียกว่า “cookie” (คุกกี้) จะถูกเก็บไว้ในเบราเซอร์ของผู้ใช้ และเมื่อผู้ใช้เข้าเว็บไซต์อื่นๆ คุกกี้จะช่วยให้โฆษณารีมาเกตติ้งปรากฏขึ้น โฆษณาชนิดนี้ช่วยให้ผู้โฆษณาติดตามผู้ใช้ไปยังเพจต่างๆเพื่อพยายามชักชวนให้ผู้ใช้กลับมาเข้าเว็บไซต์ของตัวเองอีกครั้งได้

Responsive Web Design (เรสพอนซีฟ เว็บ ดีไซน์) – หลักการการสร้างเว็บไซต์ที่แสดงเนื้อหาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ในทุกขนาดหน้าจอและอุปกรณ์ทุกชนิด เว็บไซต์จะ “respond” (ตอบสนอง) ต่อขนาดหน้าจอของผู้ใช้แต่ละคน เล็กลงในจอขนาดเล็ก และขยายเต็มพื้นที่ในจอขนาดใหญ่
เรสพอนซีฟเว็บไซต์ที่แสดงผลอย่างมีประสิทธิภาพในหน้าจอโทรศัพท์จะอยู่ลำดับต้นๆของผลการค้นหาเมื่อใช้งานกูเกิลผ่านโทรศัพท์

ROAS/Return On Ad Spend (รีเทิร์น ออน แอด สเปนด์) – ตัวชี้วัดของโฆษณา PPC ซึ่งแสดงกำไรที่ได้เทียบกับจำนวนเงินที่เสียไปในการโฆษณา คล้ายกับ ROI

Robots.txt (โรบอท ดอท ทีเอ็กซ์ที) – ไฟล์ข้อความในเซิฟเวอร์ของเว็บไซต์ เกี่ยวกับเงื่อนไขการเข้าเว็บของครอลเลอร์ที่เข้ามาอินเด็กซ์เว็บไซต์ ไฟล์นี้จะอนุญาต (หรือไม่อนุญาต) ให้ครอลเลอร์เจอไฟล์หรือโฟลเดอร์ต่างๆ ซึ่งช่วยให้ครอลเลอร์อินเด็กซ์แค่เพจที่ต้องการได้

ROI/Return On Investment (รีเทิร์น ออน อินเวสเมนท์) – ธุรกิจจะมีค่า ROI เป็นบวกเมื่อรายได้จากช่องทางมาเก็ตติ้งต่างๆมีมากกว่าเงินที่เสียไปเพื่อการโฆษณา

RSS/Really Simple Syndication (เรียลลี ซิมเปิล ซินดิเคชั่น) – ช่องทางที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของเว็บไซต์ต่างๆได้ในที่เดียวกัน (เช่น เว็บไซต์ใหม่ บล็อก ฯลฯ) โดยไม่ต้องเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ต่างๆทีละเว็บไซต์ RRS Feed (อาร์อาร์เอส ฟีด) คือที่ที่รวมการอัพเดทของเว็บไซต์ทั้งหมดในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้งาน

S

Schema Markup (สคีมา มาร์คอัพ) – โค้ด HTML ในเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องของธุรกิจ บุคคล สถานที่ รีวิว สินค้า หรือสิ่งของกับเสิร์ชเอนจิ้น การใช้สคีมามาร์คอัพอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เว็บไซต์แสดงสนิปเพทที่มีคุณภาพในผลการค้นหา ซึ่งทำให้เว็บไซต์มีความโดดเด่นและมีอัตราการคลิ๊กที่สูงขึ้น

Search Network (เสิร์ช เน็ตเวิร์ค) – กลุ่มของเว็บไซต์ที่โฆษณาสามารถปรากฏขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น กูเกิล เสิร์ช เน็ตเวิร์ค คือ กลุ่มเว็บไซต์ที่เป็นของกูเกิลเองและเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ของกูเกิลซึ่งสามารถแสดงโฆษณาได้

Search Engine (เสิร์ช เอนจิ้น) – โปรแกรมที่ค้นหาดัชนีข้อมูลและแสดงผลการผลหาตามคีเวิร์ดต่างๆที่ได้รับจากผู้ใช้ เสิร์ชเอนจิ้นที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ Google Youtube Bing และ Yahoo

Search Operator (เสิร์ช โอเพอเรเตอร์) – การเปลี่ยนแปลงข้อความในกูเกิลเสิร์ชเพื่อให้ได้ผลการค้นหาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เสิร์ชโอเพอเรเตอร์ทำหน้าที่เป็นทางลัดไปสู่ advanced search (แอดวานซ์ เสิร์ช)

SEM/Search Engine Marketing (เสิร์ช เอนจิ้น มาเก็ตติ้ง) – คำที่ใช้อย่างกว้างๆเพื่อหมายถึง 1. ดิจิทัลมาเก็ตติ้งที่ใช้เสิร์ชเอนจิ้น หรือ 2. ดิจิทัลมาเก็ตติ้งที่ใช้เสิร์ชเอนจิ้นแบบเสียค่าใช้จ่าย เช่น PPC ทั้งสองความหมายถึือเป็นความหมายที่ถูกต้อง แต่จะนิยมใช้ความหมายหลังมากกว่า

SEO/Search Engine Optimization (เสิร์ช เอนจิ้น ออปติไมเซชั่น) – ขั้นตอนการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและตำแหน่งของเว็บไซต์ในผลการค้นหาแบบออแกนิคของเสิร์ชเอนจิ้น โดยใช้วิธีต่างๆ เช่น การสร้างหรือการพัฒนาเนื้อหา การพัฒนาเทคนิคและโค้ด และ link acquisition (ลิ้งค์ แอควิซิชั่น)

SERP/Search Engine Results Page (เสิร์ช เอนจิ้น รีเซาท์ เพจ) – เพจที่แสดงรายชื่อผลการค้นหาหลังจากที่ผู้ค้นหาใส่คีเวิร์ด

Sessions (เซสชั่น) – ตัวชี้วัดของกูเกิลแอนะลิติกส์ แสดงปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งกูเกิลตั้งค่าช่วงเวลาปกติไว้ที่ 30 นาที เซสชั่นไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนเพจที่เข้าชม ดังนั้น ถ้าผู้ใช้เข้าเว็บไซต์และเข้าชมเพจต่างๆของเว็บไซต์นั้นเป็นเวลา 20 นาที ก็จะนับเป็นแค่ 1 เซสชั่น

Siri (สิริ) – ดิจิทัลแอสซิสแทนท์ของแอปเปิ้ลซึ่งใช้เทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ สิริทำงานในไอโฟนและผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆของแอปเปิ้ล

Sitelink (ไซต์ลิ้งค์) – แอดเอ็กซเทนชั่นในกูเกิลแอดเวิร์คที่ปรากฏอยู่ใต้โฆษณาหลักซึ่งลิ้งค์ไปยังเพจหนึ่งๆในเว็บไซต์ (เช่น Contact Us (ติดต่อเรา) About Us (เกี่ยวกับเรา) และอื่นๆ) โฆษณาแต่ละโฆษณาสามารถมี 2-6 ไซต์ลิ้งค์

Sitemap (ไซต์แมพ) – ไฟล์ XML หรือเพจในเว็บไซต์ที่แสดงเพจและโพสทั้งหมดให้เสิร์ชเอนจิ้นเห็น ไซต์แมพช่วยให้เสิร์ชเอนจิ้นเข้าใจเนื้อหาหลักทั้งหมดในแต่ละเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

Slug (ซลัก) – คำสแลง หมายถึงส่วนของ URL ที่ตามหลัง .com ตัวอย่างเช่น โฮมเพจคือ http://www.domain.com ในเพจ Contact Us ซลักจะถูกเพิ่มท้าย URL เพื่อนำเบราเซอร์ไปยังเพจแต่ละเพจในเว็บไซต์ เช่น http://www.domain.com/contact-us

Source (ซอร์ส) – ศัพท์ที่ใช้ในกูเกิลแอนะลิติกส์เพื่อช่วยให้เว็บมาสเตอร์ระบุได้ว่าผู้เข้าชมมาจากที่ไหน ( “source” ของผู้เข้าชมเว็บไซต์) ซอร์สอาจเป็นเสิร์ชเอนจิ้น (เช่น กูเกิล) หรือโดเมน (website-example.com)

Spam (สแปม) – คำที่ใช้เรียกการกระทำที่ไม่ดีอย่างกว้างๆในดิจิทัลมาเก็ตติ้ง โดยมักจะทำเพื่อช่วยให้ลำดับของเว็บไซต์สูงขึ้นหรือเพื่อทำร้ายเว็บไซต์คู่แข่งอื่นๆ สแปมมักจะมาในรูปแบบของแบคลิ้งค์คุณภาพต่ำจำนวนเป็นร้อยหรือเป็นพันซึ่งแบล็คแฮท SEO สร้างขึ้นเพื่อควบคุมลำดับในผลการค้นหา

Spider (สไปเดอร์) – ดู “Crawler”

SSL Certificate (เอสเอสแอล เซอทิฟิเคท) – ไฟล์ข้อมูลเล็กๆในเว็บเซิฟเวอร์ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์ใช้ HTTPS ได้ เอสเอสแอลเซอทิฟิเคทเชื่อมต่อกุญแจการเข้ารหัสกับรายละเอียดขององค์กร วิธีนี้เคยถูกใช้เพื่อป้องกันล็อคอิน การส่งข้อมูล และการใช้เครติดการ์ด แต่ในปัจจุบันกลายเป็นที่นิยมสำหรับเว็บไซต์ โดยเฉพาะหลังจากกูเกิลโครมเริ่มส่งข้อความเตือนผู้ใช้เมื่อเข้าเว็บไซต์ที่ไม่มีเซอทิฟิเคท

Style Sheet (สไตล์ ชีท) – คำย่อของ Cascading Style Sheet (CCS)

T

Tag (แท็ค) – ใช้ใน WordPress (เวิร์ดเพรส) เพื่อแยกประเภทของโพสโดยอ้างอิงจากคีเวิร์ดและหัวข้อ แท็คทำหน้าที่คล้ายกับการแยกประเภทของเวิร์ดเพรสเอง แต่แท็คจะมีความละเอียดและเฉพาะเจาะจง ในขณะที่การแบ่งประเภทจะครอบคลุมและเน้นหัวข้อหลัก

Title Tag (ไตเติล แท็ค) – เอลิเมนท์ HTML ซึ่งใช้บรรยายหัวข้อเฉพาะของเว็บเพจ อยู่ด้านบนของเว็บเบราเซอร์ ไตเติลแท็คที่ชัดเจนและมีคีเวิร์ด (ไม่ใช่คำธรรมดาเช่น “home”) จะเป็นผลดีต่อ SEO

Tracking Code (แทร็คกิ้ง โค้ด) – สคริปที่มักจะอยู่ด้านบนสุด ล่างสุด หรือในเพจขอบคุณของเว็บไซต์ ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังซอฟแวร์ที่ใช้เก็บข้อมูลต่างๆ เครื่องมือเช่นกูเกิลแอนะลิติกส์และกูเกิลแอดเวิร์ดใช้แทร็คกิ้งโค้ดเพื่อติดตามข้อมูลของผู้ใช้ที่เข้าเว็บไซต์

Twitch (ทวิช) – เว็บไซต์สำหรับสตรีมวิดีโอของอะเมซอน โดยปกติใช้เพื่อสตรีมวิดีโอเกมส์หรือการแข่งขัน esports ทวิชมีช่องการสตรีมที่หลากหลาย ตั้งแต่ศิลปะและการทำอาหารไปจนถึงการเขียนโปรแกรมและงานไม้ ในปัจจุบันทวิชเริ่มให้บริการสตรีมทีวีโชว์ ชุมนุมทางการเมือง และกีฬาต่างๆ เช่น NFL ทวิชมีระบบแชทในสตรีมเพื่อให้ผู้ชมพูดคุยกันขณะดูและอาจพูดคุยกับสตรีมเมอร์ได้เช่นกัน

Twitter (ทวิตเตอร์) – เว็บไซต์โซเชียลมีเดียซึ่งผู้ใช้สามารถ “tweet” (ทวิต) โดยการโพสข้อความหรือตอบข้อความภายในจำนวน 280 ตัวอักษร การเคาะแป้นพิมพ์หนึ่งครั้งนับเป็นหนึ่งตัวอักษร ทวิตเตอร์ถูกใช้เพื่อแชร์ข้อมูลข่าวสารและลิ้งค์ต่างๆโดยใช้ hashtag (แฮชแท็ค) ในการจัดประเภทข้อมูล โดยปกติแล้วทวิตจะถูกตั้งค่าเป็นสาธารณะ คนทั่วไปสามารถเห็นได้ ถ้าผู้ใช้คนไหนติดตามคุณ ผู้ใช้คนนั้นจะเห็นทวิตของคุณในฟีดของเขา และคุณจะเห็นทวิตของทุกคนที่คุณติดตามในฟีดของคุณเช่นกัน

Twitter Advertising (ทวิตเตอร์ แอดเวอร์ไทซิง) – ระบบโฆษณาที่ทำให้ทวิตหนึ่งๆปรากฏขึ้นในฟีดของผู้ใช้โดยที่ผู้ใช้เหล่านั้นไม่ได้ติดตามทวิตเตอร์ของผู้โฆษณา การโฆษณาชนิดนี้ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีผู้ติดตามมากขึ้น ขยายขอบเขตการเข้าถึงโซเชียลมีเดียมากขึ้น และสามารถเข้าถึงลูกค้าเพื่อเสนอสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น

U

Unique Visitors (ยูนีค วิซิทเตอร์) – ตัวชี้วัดของเว็บแอนะลิติกส์ต่างๆ ทำหน้าที่ติดตามจำนวนผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันที่เข้าเว็บไซต์ในช่วงเวลาหนึ่งๆโดยใช้ไอพีแอดเดรส ถ้าผู้ใช้คนเดิมเข้าเว็บไซต์หลายครั้ง ยูนีควิซิทเตอร์จะนับจำนวนผู้ใช้คนนี้เพียงครั้งเดียว

URL (ยูอาร์แอล) – ย่อมาจาก Uniform Resource Locator (ยูนิฟอร์ม รีซอร์ส โลเคเตอร์) คือแอดเดรสของเว็บเพจซึ่งบอกว่าเว็บเบราเซอร์กำลังแสดงเว็บเพจใดอยู่

UI (ยูไอ) – ย่อมาจาก User Interface (ยูสเซอร์ อินเตอร์เฟส) คือพื้นที่ที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์ดิจิทัลชนิดต่างๆ ยูไอที่ดีควรจะใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายต่อการเข้าใจ

UX (ยูเอ็กซ์) – ย่อมากจาก User Experience (ยูสเซอร์ เอ็กซพีเรียนซ์) หมายถึงวิธีที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น (คลิ๊กที่ไหน เข้าเพจไหน) ยูเอ็กซ์ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของการจัดหน้า CTAs สี เนื้อหา ฯลฯ ซึ่งสามารถปรับสิ่งเหล่านี้เพื่อเพิ่มคอนเวอชั่นเรทได้ การมียูเอ็กซ์ที่ดีมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมากเพราะจะทำให้ผู้ใช้ต้องการกลับมาใช้งานเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นอีกครั้ง

V

Visits (วิซิท) – คำเดิมที่เคยใช้เรียก “sessions” ในกูเกิลแอนะลิติกส์

Visitors (วิซิทเตอร์) – ตัวชี้วัดของกูเกิลแอนะลิติกส์ ใช้นับจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ วิซิทเตอร์มักจะถูกแบ่งเป็น “new visitors” คือ ผู้เข้าชมที่เข้าเว็บไซต์เป็นครั้งแรกในช่วงเวลานั้นๆ และ “returning visitors” คือ ผู้เข้าชมที่เคยเข้าเว็บไซต์แล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่ช่วงเวลาที่กำหนด

W

Web 2.0 (เว็บ 2.0) – การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งที่สองของ World Wide Web (เวิร์ล ไวด์ เว็บ) โดยเปลี่ยนจาก static web pages (สแททิก เว็บ เพจ) เป็น dynamic web pages (ไดนามิค เว็บ เพจ) รวมถึงโซเชียลมีเดียและคอนเทนท์ที่มาจากผู้ใช้

Website (เว็บไซต์)
– กลุ่มของเอกสาร เนื้อหา หรือสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน World Wide Web (เวิร์ล ไวด์ เว็บ) เว็บไซต์ถูกระบุโดยโดเมนเนมซึ่งอยู่ในเว็บเซิฟเวอร์

Webinar (เวบินาร์) – การสัมมนาออนไลน์เพื่อฝึก สอน หรือขายสินค้าและบริการต่างๆให้แก่ผู้ชมที่สมัครเข้าร่วม

White Hat (ไวท์ แฮท) – ศัพท์ที่ใช้เรียกดิจิทัลมาเก็ตเตอร์ที่ไม่ใช้สแปมและไม่ทำความผิดอื่นๆ

Wireframe (ไวร์เฟรม) – โครงสร้างแบบคร่าวๆของเว็บเพจซึ่งเป็นขั้นตอนแรกของการดีไซน์

X

XML (เอ็กซ์เอ็มแอล) – ย่อมากจาก eXtensible Markup Language (เอ็กซเทนซิเบิล มาร์คอัพ แลงเกวจ) ทำงานคล้ายกับ HTML โดยใช้เพื่อจัดประเภทของข้อมูลต่างๆเพื่อให้ผู้ใช้และคอมพิวเตอร์ใช้งานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือพูดได้ว่าเอ็กซ์เอ็มแอลช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้นโดยการใช้แท็ค

XML Sitemap (เอ็กซ์เอ็มแอล ไซต์แมพ)
– เอกสารนามสกุลเอ็กซ์เอ็มแอล ใช้แยกประเภทของเพจ โพส ไฟล์ ฯลฯ ของเว็บไซต์ เอ็กซ์เอ็มแอลไซต์แมพถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ครอลเลอร์บอทของเสิร์ชเอนจิ้นหาเพจต่างๆในเว็บไซต์เจอ คล้ายกับการใช้โรดแมพหรือแอดลาสเมื่อขับรถทางไกล

Y

Yelp (เยลพ์) – เว็บไซต์โซเชียลรีวิวและเสิร์ชเอนจิ้นที่ให้ผู้ใช้เขียนรีวิวของธุรกิจต่างๆ เยลพ์มีระบบการโฆษณาที่ผู้โฆษณาสามารถเลือกแสดงโฆษณาต่อผู้ใช้งานเยลพ์โดยอ้างอิงจ้างคีเวิร์ดที่ใช้ค้นหาได้

YouTube (ยูทูป) – เว็บไซต์แชร์วิดีโอซึ่งถูกกูเกิลซื้อไปในปี 2006 ยูทูปเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลแอดเน็ตเวิร์คและถือเป็นหนึ่งในเสิร์ชเอนจิ้นที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลก ยูทูปให้บริการสตรีมมิ่งและสร้างทีวีซีรีย์ของตัวเอง

YouTube Advertising (ยูทูป แอดเวอร์ไทซิง) – โฆษณาในยูทูป มี 6 แบบคือ Display ads (ดิสเพลย์ แอด) overlay ads (โอเวอเลย์ แอด) skippable video (สคิปเพเบิล วิดีโอ) non-skippable video ads (นอน-สคิปเพเบิล วิดีโอ) bumper ads (บัมเปอร์ แอด) และ sponsored cards (สปอนเซอร์ การ์ด) โฆษณาเหล่านี้สามารถถูกสร้างและแสดงผ่านกูเกิลแอดเวิร์ดได้

Yahoo! Search (ยะฮู เสิร์ช) – หนึ่งในเสิร์ชเอนจิ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก บิงเป็นเจ้าของยะฮูในปี 2009

Yahoo! Advertising (ยะฮู แอดเวอร์ไทซิ้ง) – โฆษณาทั้งของยะฮูและบิงทำงานผ่านเครือข่ายการโฆษณาของบิง