9 ช่องทางขายของออนไลน์ ยอดฮิต

9 ช่องทางขายของออนไลน์ ยอดฮิต


พ่อค้า แม่ค้า หลายคนหันมาทำตลาดออนไลน์กันมากขึ้น เหตุผลหลักๆ คงหนีไม่พ้นในเรื่องของการลดต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของสินค้าที่ไม่ต้องสต๊อกของมากเมื่อก่อน รวมไปถึงการเช่าหน้าร้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้แม่ค้าพอค้าต้องแบกรับค่าใช้จ่าย จึงทำให้หลายคนหันมาทำตลาดออนไลน์กันมากขึ้น

ทั้งนี้ บางคนเริ่มต้นจากการเปิดขายบน Social Media เช่น facebook, twiter, line และหลายคนอยากทำเว็บไซต์ขายของ มีตะกร้าสินค้า แต่ยังไม่มีทุนมากพอที่จะจ้างทำเว็บไซต์ วันนี้ D.Assemble เลยมีเว็บไซต์บริการ e-commerce ฟรี มาแนะนำกันค่ะ

Lazada

1. Lazada
ถึงจุดเริ่มต้นของ Lazada จะเป็นการค้าแบบ B2C แต่ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจ e-commerce แบบ C2C ที่เห็นได้ชัด เพราะ Lazada ได้อนุญาตให้ร้านค้าต่าง ๆ สามารถสมัครสมาชิกเข้าไปขายสินค้าของตัวเองได้แล้วค่ะ Lazada ใช้งานก็ง่ายเพราะมีแอพผ่านมือถือ แต่ไม่เพียงการขายสินค้าเท่านั้น Lazada ยังมีบริการอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ดีลอาหาร & เครื่องดื่ม หรือ ดีลกิจกรรม & บันเทิง รวมทั้งบริการเติมเงินออนไลน์ด้วยอีกด้วย

Shopee

2. Shopee
ถือเป็นอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น เพราะนอกจากจะมีสินค้าหลายหมวดหมู่แล้ว ราคายังเป็นมิตรต่อผู้บริโภคอีกด้วย Shopee เป็นระบบการโอนเงินที่ปลอดภัย และมีระบบช่วยออกค่าส่งให้ นอกจากนั้นทางเว็บก็จัดโปรโมชั่นต่างๆ ที่จะดึงดูดขาช้อปให้เข้ามาใช้บริการ อย่างเช่น โปรโมชั่นช้อปในวันสำคัญต่างๆ หรือ GRAND YEAR SALE และโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเป็นการเรียกลูกค้าอีกทางหนึ่งค่ะ

Pantip Market

3. Pantip Market
เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ขายของมือสองฟรี เนื่องจากคนส่วนใหญ่รู้จักเว็บพันทิปเป็นอย่างดี หลายๆ คนให้ความสนใจและเข้าชมกันมากพอๆกับเข้าเฟซบุ๊คเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นการลงขายของใน Pantip Market จึงเป็นอีกช่องทางทำเงินที่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ไม่ควรพลาด ที่สำคัญคือ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ค่ะ

Facebook Marketplace

4. Facebook Marketplace
เกือบทุกคนที่เริ่มขายของออนไลน์จะนึกถึงการขายผ่าน Facebook ก่อนเป็นอันดับแรก สำหรับ Marketplace เป็นช่องทางการของออนไลน์ของ Facebook ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานมานี้ แต่ต้องบอกว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แทบจะในทันที เพราะแค่ทำการอัพเดทแอพคุณก็จะเห็น Marketplace เองอัตโนมัติ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ทำให้การขายของออนไลน์เป็นสัดส่วนมากขึ้น และที่สำคัญไม่รบกวนเฟสบุ๊คส่วนบุคคลมากเกินไป แถมร้านค้าออนไลน์ก็สามารถขายของได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

Kaidee

5. Kaidee
เว็บขายของออนไลน์ที่โด่งดัง ชื่อเสียงคุ้นหูคนไทยมานานโดยเฉพาะการขายสินค้ามือสอง ซึ่งสามารถลงประกาศขายได้ครบทุกหมวดหมู่ไม่ต่างจากเว็บไซต์ขายสินค้ามือ 1 เลย จนบางครั้งอาจจะพิเศษกว่าด้วยซ้ำ เพราะสามารถขายได้แม้กระทั่งอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท และทั่วประเทศเลยทีเดียว

Weloveshopping

6. Welove shopping
เว็บไซต์นี้อยู่มานานพอสมควรค่ะ เปิดให้พ่อค้า แม่ค้ามาเปิดร้านค้าออนไลน์ฟรีแบบไม่เสียค่าบริการ ทำให้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ใช้บริการค่อนข้างเยอะ ทำให้ขาช้อปพากันเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่มีหลากหลายประเภท ที่สำคัญคุณสามารถลงขายสินค้าได้ไม่จำกัด ยิ่งลงเยอะ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ยอดขายได้มากขึ้น

tarad

7. Tarad
เว็บนี้ถือเป็นเว็บขายของออนไลน์ในตำนาน เป็นเว็บที่สามารถสร้างยอดขายได้ไม่ยาก ด้วยทีมงานคุณภาพที่มีประสบการณ์ทางการตลาดที่จะช่วยส่งเสริมให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นที่รู้จัก และที่สำคัญใช้งานง่าย ฟรีและไม่จำกัดสินค้าที่จะลงขายค่ะ

Page365

8. Page365 Store
สำหรับพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ที่มีเพจขายของอยู่แล้ว และอยากจะลงขายในเว็บไซต์ด้วย ที่ Page365 Store สามารถดึงสินค้าที่ขายบนหน้าเพจ มาครีเอทให้เป็นหน้าเว็บไซต์ได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินจ้างคนมาเขียนเว็บให้ ลูกค้าสามารถกดสั่งซื้อแบบระบบตะกร้าได้เลย แถมเมื่อลูกค้าสั่งสินค้าก็รอรับออเดอร์ในระบบ Page365 ที่เดียว ไม่ต้องยุ่งยากค่ะ

Shopup

9. Shopup.com
เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ฟรี และสามารถปรับแต่งเองได้ หรือมีแพ็คเก็ตในการจ่ายเงินให้เลือก สำหรับแพ็คเก็ตฟรีสามารถลงสินค้าได้ไม่จำกัด ไม่จำกัดพื้นที่ และมีธีมรูปแบบเว็บไซต์ร้านค้าให้เลือกมากกว่า 300 แบบ แต่กรณีที่ต้องการแบ่งหมวดหมู่สินค้าจะต้องสมัครแพ็คเก็ต

เว็บขายของออนไลน์ ถือเป็นธุรกิจ E-commerce ในรูปแบบ C2C ซึ่งก็คือรูปแบบของการติดต่อกันโดยตรงระหว่างลูกค้ารายย่อยที่ซื้อขายกันเอง ถึงแม้แต่ละเว็บไซต์จะมีรูปแบบหรือวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป แต่ก็เป็นการรวมกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน มีความสนใจเหมือนกัน มีสินค้า หรือข้อมูลที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกัน

ดังนั้น ธุรกิจ E-commerce เหมาะสำหรับผู้ที่ยังจับทิศทางของธุรกิจไม่ถูกว่าจะออกมาดีหรือไม่ สามารถใช้บริการเว็บขายของออนไลน์เป็นตัวกลางในการสร้างตัวตนไปก่อน ง่ายกว่าการทำเว็บเอง ดีกว่านำงบไปลงทุนทำเว็บก่อนโดยไม่รู้อนาคตค่ะ